การคำนวณการฆ่าเชื้ออาหารด้วยวิธีทั่วไป(General method)
เขียนโดย มณฑล สุกใส   
วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2008 เวลา 06:10 น.

การคำนวณ General Methodการคำนวณการฆ่าเชื้ออาหารด้วยวิธีทั่วไป(General method) เป็นวิธีดั้งเดิมที่ใช้กันมานาน โดยผู้นำเสนอวิธีนี้คือ Bigelow และคณะ(1920) วิธีนี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนากระบวนการคำนวณในวิธีอื่นๆ ใช้ในการคำนวณค่า Thermal death time หรือ Fของกระบวนการฆ่าเชื้อ ซึ่งค่า F นี้เป็นค่าที่ใช้เป็นตัวบ่งชี้การทำลายจุลินทรีย์ลงไปในระดับที่ต้องการภายใต้อุณหภูมิที่กำหนด

 

 

วิธีทั่วไปนี้(General method) อาจเรียกได้อีกอย่างว่าวิธีทางกราฟ(Graghical method) เนื่องจากจำเป็นต้องใช้กระดาษกราฟชนิดธรรมดา ช่วยในการคำนวณด้วย แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้ค่อนข้างที่จะเสียเวลาในการคำนวณพาพื้นที่ใต้กราฟอยู่บ้าง ในกรณีที่สภาวะการปฏิบัติงานนั้นต่างออกไปจากเดิม ซึ่งการคำนวณครั้งก่อน จะไม่สามารถจะพูดได้เต็มปากกว่าสามารถใช้แทนกันได้ ตรงข้ามกับวิธีการใช้สูตรซึ่งถ้าเปลี่ยนแปลงค่า TRT, TIT, และขนาดกระป๋องก็สามารถทำการแปลงข้อมูลได้ แต่ข้อดีของวิธีการคำนวณด้วยวิธีทั่วไปก็คือ มีความยืดหยุ่นต่อการปฏิบัติงานสูง ไม่ว่าจะมีจุดตัดของเส้นกราฟมากกว่า 2เส้น ซึ่งวิธีใช้สูตรมีข้อจำกัดมากกว่า และสามารถเข้าใจได้ง่าย

 ขั้นตอนในการหาค่า F นั้นทำได้ง่ายมาก เพียงแค่แปลงค่าอุณหภูมิของอาหารกระป๋องไปเป็นค่า Lethal rate โดยใช้สมการที่ 1

......1)

เมื่อ

L คือ อัตราการทำลาย หรือ Lethal rate มีหน่วยเป็นเวลา
T คือ ค่าอุณหภูมิที่เวลาใดๆ
TR คือ ค่าอุณหภูมิอ้างอิง
z คือ ค่า z ของเชื้อเป้าหมาย

เมื่อได้ค่า L ที่เวลาใดๆแล้วให้ทำการพลอทระหว่างค่า Lethal rate กับ เวลา แล้วทำการหาพื้นที่ใต้กราฟก็จะได้ค่า F

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างค่า F กับค่า L คือ

......2)

ซึ่งจากสมการที่ 2นี้ถ้าเราหาค่า L ในทุกๆหนึ่งหน่วยเวลาแล้วนำไป sum ก็จะได้ค่า F มาโดยที่เราไม่ต้องพลอทลงบนกระดาษกราฟด้วย

ส่วนในกรณีที่ใช้การหาพื้นที่ใต้กราฟนั้นมีวิธีทางคณิตศาสตร์หลายวิธีที่ใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีของซิมป์สัน วิธีสี่เหลี่ยมคางหมู การใช้ซอฟท์แวร์ทางคอมพิวเตอร์ หรือวิธีชั่งกระดาษ อันนี้ก็ตามแต่ความถนัดของผู้ปฏิบัติงาน

สูตรการหาพื้นที่ของซิมป์สันคือ

Area = ......3)

ตัวอย่างการคำนวณ

The temperature at the slowest heating location for a liquid food in a can is as follows:

Time (min) Temperature (oC)
0 75
1 105
2 125
3 140
4 135
5 120
6 100

The thermal process is being applied to a microbial population with D121 of 1.1 min and z =11oC. Estimate the lethality (F121) for the thermal process.

Given D121 = 1.1 min ,z= 11oC

 

วิธีทำ ใช้สมการที่ 1 และ 2 ช่วยในการแก้ปัญหา แทนค่า T ที่เวลาใดๆลงไปในสมการที่ 1 เพื่อหาค่า L แล้วจึงทำการ sumโดยตลอด

เมื่อ TR เท่ากับ 121oC

Time (min) Temperature (oC) Lethality
0 75 -
1 105 0.035
2 125 2.310
3 140 53.367
4 135 18.738
5 120 0.811
6 100 0.012
total 75.273

ดังนั้นค่า Lethality หรือ F มีค่า 75.273 นาที

ตัวอย่างที่มีอยู่ในมือค่อนข้างจะน้อย ไว้โอกาสหน้าจะอัพเดตเพิ่มน่ะครับ

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2009 เวลา 17:14 น.
 
บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง :

คอมเมนต์ 

 
อยากรู้ว่าหลักการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนเรียบร้อยแล้วทำไม่ต้องทำเย็น(ช็อคเขื้อ) เป็นเวลาต่าง ๆ เราจะหามาตรฐานได้จากที่ไหน เพราะเวลามีคนมา audti เราตอบเขาไม่ได้ ใครรู้ช่วยตอบหน่อย ขอบคุณต่ะ
#1 suwimon
เวลา04:27 วันที่ 03 -06 -2009 อ้างอิง
 
 
ในการช็อคเชื้อ มันเริ่มมีตั้งแต่ภายหลังที่เราปิดไอน้ำแล้วครับ ถ้าเป็นผู้ปฏิบัติงานตรงนั้น ในการปฏิบัติจริงจะทำการปล่อยน้ำเย็นเข้ารีทอร์ท พร้อมๆกับอัดลมเข้าไปด้วย เพื่อป้องกันกระป๋องบวม เนื่องจากอากาศร้อนอยู่มันจะขยายออก

โดยเวลาในการสเปรย์น้ำเย็น(ช็อกเชื้อ) ขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารด้วย ว่ามันลดอุณหภูมิลงจนถึงอุณหภูมิราว40C ได้เร็วเท่าไร (ยิ่งเร็วยิ่งดี เชื้อปรับตัวไม่ทัน) แต่เราก็ต้องระวังเรื่องกระป๋องบวมด้วย

สรุปว่า มาจากการทดลอง อาหารแต่ละประเภทใช้เวลาช็อกเชื้อไม่เท่ากันไม่มีคำตอบไหนชัวร์เท่ากับการทดลองจริงครับ
#2 หัวหน้าแมว...
เวลา12:07 วันที่ 04 -06 -2009 อ้างอิง
 
 
พอดีตอนนี้กำลังเรียนเลย
สงสัยว่า เมื่อเราคิดsum of L โดยตรงเป็นค่า F0
แล้วการคิดโดยหาเป็น Accumulated Lethality แตกต่างกันรึเปล่า?
ขอบคุณค่ะ
#3 Jinuchi
เวลา23:48 วันที่ 20 -02 -2010 อ้างอิง
 
 
Accumulated แปลว่า สะสม จ๊ะ

ใช้แทนได้ไหม?
#4 admin
เวลา11:34 วันที่ 21 -02 -2010 อ้างอิง
 
 
ไม่อยากให้เรียกว่าช๊อคเชื้อ เพราะประเด็นสำคัญของการ cooling คือ ทำให้อุณหภูมิของ product ลดต่ำกว่าอุณหภูมิของพวก thermophile จะเจริญได้ เนื่องจากการฆ่าเชื้อเราใช้ระดับ commercial sterilization มีโอกาสที่ thermophile จะเหลือรอด จึงต้องควบคุมไม่ให้เจริญ ถ้าค่อย ๆ cooling เช่น นานเป็นชั่วโมง จะทำให้ product มีโอกาสที่อุณหภูมิ อยู่ในช่วง optimum ของ thermophile ได้นานพอที่จะทำให้เิกิด spoilage ได้
สรุปว่า cooling ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งมักไม่เกิน 30 นาที
#5 isp
เวลา15:03 วันที่ 09 -03 -2010 อ้างอิง
 
 
อ้างอิง Jinuchi:
พอดีตอนนี้กำลังเรียนเลย
สงสัยว่า เมื่อเราคิดsum of L โดยตรงเป็นค่า F0
แล้วการคิดโดยหาเป็น Accumulated Lethality แตกต่างกันรึเปล่า?
ขอบคุณค่ะ


เหมือนกันครับ
#6 isp
เวลา15:06 วันที่ 09 -03 -2010 อ้างอิง
 
 
ถ้าขนาดกระป๋องเท่ากันแต่ภายในบรรจุเครื่องดื่มไม่เหมือนกัน อย่างเช่น มีนมเป็นส่วนประกอบกับไม่มีนม
เป็นส่วนประกอบ เวลาที่ใช้ในการฆ่าเชื่อจะเท่ากันหรือแตกต่างกันไหม ใครบอกได้ช่วยบอกหน่อยนะค่ะ ข้องใจอยู่ค่ะ
#7 ตุ๊ก
เวลา15:09 วันที่ 05 -06 -2010 อ้างอิง
 
 
อาหารเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ การส่งผ่านความร้อนในยังจุดร้อนช้าก็เปลี่ยนไปด้วยครับ ส่วนจะจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเวลาในช่วง process time หรือไม่ ให้ลองทำ inoculated pack study ดูก่อนครับ
#8 admin
เวลา22:27 วันที่ 05 -06 -2010 อ้างอิง
 
 
ถ้าภาชนะเท่ากัน สิ่งที่ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการฆ่าเชื้อต่างกัน ก็คือ ความจุความร้อนจำเพาะของอาหารนั่นเอง โดยทั่วไป อาหารแต่ละชนิดจะมีความจุความร้อนจำเพาะต่างกัน ดังนั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบ ย่อมทำให้ความจุความร้อนจำเพาะเปลี่ยนไป ซึ่งส่งผลต่อระยะเวลาที่ทำให้อุณหภูมิของผลิตภัณฑ์สูงขึ้นด้วย โดยทั่วไป ไม่นิยมใช้ค่าความจุความร้อนจำเพาะในการคำนวณ Fo เพราะมีความคลาดเคลื่อนได้มาก จึงนิยมวัดจากการส่งผ่านความร้อน (heat penetration study)สำหรับผลิตภัณฑ์นั้น ๆ โดยตรง
+1 #9 isp
เวลา15:31 วันที่ 06 -06 -2010 อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

banner ให้เช่า1 banner ให้เช่า2
banner ให้เช่า3 banner ให้เช่า4

เข้าสู่ระบบ

10 คอมเมนต์ล่าสุด

สถิติสมาชิกที่ลงทะเบียน

สมาชิกล่าสุด : mricon
สมาชิกทั้งหมดของเรา : 1002
ลงทะเบียนสมัครวันนี้ : 1
ลงทะเบียนสมัครในเดือนนี้ : 155

Social bookmark & Share

Bookmark and Share

follow me..


follow me @thaifoodscience

อยากได้ระบบอะไรในเว็บนี้ครับ

แนะนำเว็บนี้ให้กับเพื่อน






2 + 9 =