การจัดลำดับการผลิตของเครื่องจักรเดี่ยว
เขียนโดย มณฑล สุกใส   
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2010 เวลา 13:21 น.

การจัดลำดับงานในเครื่องจักรเดี่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ใช้เวลาว่างไปนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับการวางแผนการผลิต ซึ่งจะบอกตามตรงนะครับว่า ในสมัยที่เรียนอยู่ผมเองยังนึกภาพไม่ออกเหมือนกันว่า เรื่องของการจัดลำัดับการผลิตเนี่ย มันจะเอาไปใช้ในการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร และสายงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างไร เพราะในตำรานั้นเขาก็อธิบายในภาพรวมๆ สรุปว่าในสมัยที่ผมเรียนนั้นเรียนไปเพื่อใช้สอบอย่างเดียว แต่พอมีประสบการณ์ในการทำงาน บางครั้งนะครับการที่เรานำความรู้ตรงนี้มาช่วยจับ มันก็เป็นดั่งเครื่องมือช่วยตัดสินใจได้ดี และเป็นหลักการเหมือนกัน ดังนั้นในบทความนี้ ผมจะพยายามอธิบายให้โยงเข้าสู่งานในสายอุตสาหกรรมอาหารนะครับ

ตามปกติแล้วเราอาจจะมองว่าการจัดลำดับการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารนั้นไม่มีความจำเป็น เพราะโดยทั่วไปแล้ว วัตถุดิบอาหารเป็นวัตถุดิบที่เสื่อมเสียได้ง่าย และจำเป็นที่จะต้องรีบนำเข้าสู่กระบวนการผลิตโดยเร็ว แต่ก็ไม่ทุกกรณีครับ ถ้าเราสามารถ hold วัตถุดิบได้ภายในระยะเวลาที่ไม่ทำให้สูญเสียคุณภาพลงไปมากนัก และรวมไปถึงในกรณีที่ปัจจัยภายนอกเข้ามามีส่วนทำให้การผลิตดีเลย์ลง ผมยกตัวอย่างแบบให้นึกภาพง่ายๆ เช่น กรณีไฟดับเป็นต้น

เราจะมาเริ่มการจัดเรียงการผลิตในเครื่องจักรเดีี่ยวกันก่อนเลย ก่อนที่จะไปต่อยังแบบสองเครื่องทำงานต่อเนื่องกันในตอนต่อๆไป 

วิธีการจัดลำดับงานการผลิตของเครื่องจักรเดี่ยว

1.งานไหนมาก่อน ก็จัดลำดับให้ทำก่อน (First Come First Serve;FCFS)

ตัวอย่างงานที่มีการจัดลำดับในรูปแบบนี้ก็คือ งานบริการเช่น การต่อคิวเพื่อซื้อบัตรเข้าชมภาพยนตร์, การต่อคิวจ่ายเงินชำระค่าสินค้าตามห้างค่าส่ง และ การเซิร์ฟอาหารในร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งข้อดีของการลำดับงานในรูปแบบนี้อย่างที่เราเห็นชัดเจนก็คือ ยุติธรรมดี ใครมาก่อนก็ได้ก่อน แต่ๆๆลองนึกภาพตามผมนะครับ สมมติว่าในการซื้อตั๋วภาพยนตร์ คนที่กำลังซื้ออยู่ดันมีปัญหา เช่น รูดบัตรไม่ผ่าน, เลือกที่นั่งชักช้า ก็จะส่งผลให้ลำดับงานของคิวหลังๆไปช้าตามไปด้วย

 

2.งานไหนที่ใช้เวลาทำน้อยที่สุด ก็จัดลำดับให้ทำก่อน (Shortest Processing Times;SPT)

ข้อดีของวิธีจัดงานแบบนี้ก็คือจะทำให้เราได้ชิ้นงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้วในปริมาณมากชิ้น ลดงานคั่งค้างในระหว่างทำ ประหยัดต้นทุนการผลิต และมันก็ดีในแง่ของกำลังใจด้วย แต่ข้อเสียซึ่งเห็นได้ชัดคือ บางครั้งงานที่เสร็จเร็ว กำหนดการส่งอาจจะไม่รีบเร่ง ซึ่งจะยกตัวอย่าง ถ้าเป็นผลิตอาหารแปรรูปก็จะต้องใช้พื้นที่เก็บรักษา ซึ่งจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และนอกไปจากนั้นการที่ไม่สนใจในเรื่องความสำคัญของงาน อาจจะทำให้ทรัพยากรระบบไม่พอที่จะทำในคิวหลังๆ ที่เป็นงานใหญ่ที่่ใช้ในการทำมากๆ

 

3.งานไหนที่มีกำหนดการส่งงานก่อน ก็จัดลำดับให้ทำก่อน (Earliest Due Date;EDD)

อันนี้ก็ชัดเจนครับ งานไหนมีกำหนดการส่งก่อน ก็ทำก่อนเลย แต่ว่าถ้างานที่มีกำหนดการส่งในลำดับต้นๆเป็นงานใหญ่ ก็จะมีผลทำให้เกิดงานค้างในระบบมาก ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองต้นทุนเพิ่มขึ้นด้วย

 

4.งานไหนที่ใช้เวลาการทำมากที่สุด ก็จัดลำดับให้ทำก่อน (Longest Processing Times;LPT)

ตอนที่ผมอ่านรูปแบบการจัดลำดับงานแบบนี้ ผมก็นึกถึงตัวเองในสมัยเด็กๆตอนที่ยังเรียนประถม ที่ครูมักจะให้การบ้านแบบบ้าคลั่งทุกวัน ซึ่งผมจะมีการลำดับว่าจะทำการบ้านที่เยอะๆก่อนเสมอ(มักจะเป็นวิชาคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ) ซึ่งเหตุผลก็คืองานใหญ่มักจะช้า และเป็นตัวถ่วงของระบบงาน แต่ถ้างานใหญ่(ตัวอย่างวิชาคณิตศาสตร์)ทำเสร็จแล้ว งานเล็กๆที่จะใช้เวลาไม่มากเท่างานใหญ่ ก็จะใช้เวลาไม่งานนัก

แต่ถ้าเป็นการยกตัวอย่างในอุตสาหกรรมอาหาร ก็จะเป็นการลำดับงานโดยเลือกทำให้ลูกค้าประจำ หรือ งานที่ได้กำไรเยอะก่อน นั่นเองครับ

 

สูตรการคำนวณพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานแบบเครื่องจักรเดี่ยว

ในการพิจารณาความแตกต่างของการจัดลำดับงานนั้น เราจะมีข้อมูลอินพุตในเรื่องของ ระยะเวลาของการทำงานหรือกิจกรรม และระยะเวลาหรือเดดไลน์ส่งงาน ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องมีพารามิเตอร์ที่ใช้สำหรับ เปรียบเทียบประสิทธิภาพของวิธีในการจัดลำดับงานในระบบ ลองดูตัวอย่างของตาราง Microsoft Office Excel ด้านล่างประกอบด้วยนะครับ จะได้นึกออกว่าตัวแปรไหนคืออะไร

ในคอลัมน์ C นั้นนะครับ จะเป็นการนำเอาระยะเวลาในการทำงานปัจจุบัน รวมกับระยะตั้งแต่เริ่มงานทั้งหมดทั้งระบบ

ในคอลัมน์ E นั้นลำดับการคิดจะซับซ้อนขึ้นอีกนิดนึง แต่ก็ไม่ได้ยากอะไร แต่ละเซลที่อยู่ในคอลัมน์E ค่าแต่ละค่าจะได้มาจากเงื่อนไขที่ว่า ถ้าค่าในเซล C ของแถวเดียวกันมีค่ามากกว่า D ก็ให้จับค่ามาลบกัน แต่ถ้าค่า C น้อยกว่า D ก็เท่ากับศูนย์ ผมสรุปเป็นเงื่อนไขเป็นอัลกอริธมง่ายๆทำนองนี้ครับ if(C>N) then C-N else =0

 

ส่วนในแถว 7 นั้นเป็นการทำ Sum ของแต่ละคอลัมน์ที่จะเป็นในการคำนวณซึ่งก็ได้แก่ B, C, E

 

พารามิเตอร์ที่สำคัญ4ตัว ของการกำหนดลำดับงานกับเครื่องจักรเดี่ยวได้แก่

เวลาเฉลี่ยของแต่ละงานที่อยู่ในระบบการผลิต โดยขวามือจะเป็นสูตรในExcel

เวลาเฉลี่ยของแต่ละงานที่อยู่ในระบบการผลิต

อัตราการใช้งานที่มีประสิทธิภาพของเครื่องจักร โดยขวามือจะเป็นสูตรในExcel

อัตราการใช้งานที่มีประสิทธิภาพของเครื่องจักร

จำนวนงานโดยเฉลี่ยในระบบการผลิต โดยขวามือจะเป็นสูตรในExcel

จำนวนงานโดยเฉลี่ยในระบบการผลิต

จำนวนวันที่งานเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด โดยขวามือจะเป็นสูตรในExcel

จำนวนวันที่งานเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด

ในตอนต่อไปผมจะลองเปรียบเทียบตัวอย่างในภาคคำนวณของการจัดงานของเครื่องจักรเดี่ยว ในแต่ละรูปแบบกันนะครับ หลังจากที่เรารู้จักพารามิเตอร์ และตัวแปรที่ใช้ประกอบการคำนวณกันแล้ว ก็เพื่อให้แฟนนานุแฟนที่อ่านตามบทความนี้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นไป

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

banner ให้เช่า1 banner ให้เช่า2
banner ให้เช่า3 banner ให้เช่า4

เข้าสู่ระบบ

10 คอมเมนต์ล่าสุด

สถิติสมาชิกที่ลงทะเบียน

สมาชิกล่าสุด : mricon
สมาชิกทั้งหมดของเรา : 1002
ลงทะเบียนสมัครวันนี้ : 1
ลงทะเบียนสมัครในเดือนนี้ : 155

Social bookmark & Share

Bookmark and Share

follow me..


follow me @thaifoodscience

อยากได้ระบบอะไรในเว็บนี้ครับ

แนะนำเว็บนี้ให้กับเพื่อน






2 + 8 =