|
กระป๋องโลหะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง ทนทาน วางซ้อนทับได้หลายชั้น ทนอุณหภูมิความร้อนสูง จึงถูกนำมาใช้ในการบรรจุอาหารที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิสูง ดังนั้นการที่เราจะสนใจแต่กระบวนการฆ่าเชื้อ สนใจการตรวจสอบคุณภาพของตัวอาหารอย่างเดียวก็คงจะไม่ได้
และยังจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบด้วยผู้ชำนาญการ ผู้ซึ่งผ่านการอบรมแล้วเท่านั้น เพราะจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็บยากนะครับ ต้นฉบับบทความนี้ก็เอามาจากเว็บเก่าผมที่ geocities นั่นแหละ แต่... ทางเว็บดังกล่าวเขาจะปิดการให้บริการฟรีโฮสต์ประมาณเดือนตุลาคมนี้ ผมจึงต้องเอากลับมาลงที่นี่ และที่เอามาช้าเพราะยังไม่แน่ใจตัวเองเลยว่าจะเอาไว้หมวดไหนดี 
การตรวจสอบคุณภาพของตัวกระป๋อง เริ่มจากการใช้ฝ่ามือค่อยๆลูบคลำ โดยให้จับกระป๋องด้วยมือข้างหนึ่งพร้อมกับหมุนกระป๋อง ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งใช้หัวแม่มือและนิ้วชี้สัมผัสที่ตะเข็บโดยรอบ ตรวจสอบอย่างละเอียด การตรวจสอบด้วยสายตาเป็นการตรวจสอบจากภายนอกที่ใช้มองลักษณะตำหนิ และข้อบกพร่องบางอย่างได้ดี ส่วนการลูบคลำกระป๋องก็สามารถตรวจสอบลักษณะตำหนิที่เกิดขึ้นบางกรณี เช่น Sharp seam, False seam, Vee seam เป็นต้น
ลำดับการฉีกตะเข็บ
ก่อนอื่นให้กำหนดจุดที่จะทำการวัดอย่างน้อย 3 ตำแหน่ง พร้อมกับทำเครื่องหมายไว้ด้วยกันลืม โดยแต่ละตำแหน่งห่างกันทำมุม 120องศา (กรณีที่วัดมากกว่า3ค่าก็ทำการหารเฉลี่ยค่ามุมใหม่) และต้องวางจุดวัดให้ห่างจากฝีตะเข็บข้าง
ก่อนฉีกกระป๋อง ใช้ seam micrometer วัดพารามิเตอร์ต่างๆ 3ค่า ตามลำดับคือ ความยาวตะเข็บ(seam length) โดยใช้ seam micrometer วัดค่าความยาวของตะเข็บดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 การวัด Seam length (ความยาวตะเข็บ)
ความหนาของตะเข็บ(seam thickness) ตั้งกระป๋องขึ้นและวาง seam micrometer ทำมุม 4 องศากับพื้น วัดค่าความหนาของตะเข็บดังรูปที่ 2

รูปที่ 2 การวัด Seam thickness (ความหนาตะเข็บ) ความลึกของตัวฝา(countersink depth)
การวัดทั้ง Seam thickness (ความหนาตะเข็บ) และความลึกของตัวฝา(countersink depth) ให้วัดโดยใช้ส่วนปลายแหลมของ seam micrometer ค่าที่อ่านได้ลบด้วยระยะเมื่อปลายแหลมอยู่เสมอส่วนปลายด้าม (ปกติมีค่า 5 มม.) ซึ่งส่วนนี้ต้องอาศัยทักษะและความชำนาญของผู้วัดด้วย
2. ค่อยๆ ใช้คีมฉีกตะเข็บตามลำดับ โดยเริ่มจากการใช้คีมกระแทกฝาลงมาให้บุบ แล้วค่อยๆ เอาคีมฉีกฝากระป๋องให้ขาด ฝากระป๋องที่ฉีกไปแล้วอย่าเพิ่งทิ้ง แล้วให้ระวังโดนกระป๋องบาดด้วย จากนั้นใช้คีมเคาะแยกขอฝากับขอตัวกระป๋องดังรูปที่ 5 วัดค่าความยาวขอฝา (End hook length)ดังรูปที่ 6 และวัดค่าความยาวขอตัว (body hook length) ในลักษณะนอนลง ดังรูปที่ 7

รูปที่ 3 การฉีกกระป๋อง (1) ใช้คีมดึงฝากระป๋องออกไปให้เหลือส่วนของตะเข็บเอาไว้

รูปที่ 4 การฉีกกระป๋อง (2) ใช้คีมตัดตะเข็บ แล้วค่อยๆ เลาะขอฝากับขอตัวออกจากกัน

รูปที่ 5 ใช้คีมเคาะลงไปตรงๆ ให้ตั้งฉากกับตัวกระป๋อง ก็้จะได้ขอฝากับขอตัวแยกที่ออกจากกัน

รูปที่ 6 วิธีการวัด End hook length

รูปที่ 7 วิธีการวัด Body hook length

รูปที่ 8 กระป๋อง 1 ใบควรจะวัดค่าต่างๆออกมาอย่างน้อย 3 จุด เพื่อผลทางสถิติ ในรูปเป็นการวัด body hook length
อย่าลืมวัดค่าของความหนาของฝา (end thickness) และ ความหนาของตัวกระป๋อง (body thickness) เพื่อนำค่าไปประกอบการคำนวณในลำดับถัดไป
การคำนวณพารามิเตอร์อื่นๆ
พารามิเตอร์ที่ได้วัดได้จากการฉีกตะเข็บด้วยมือ แล้วเอาไมโครมิเตอร์วัดมีดังต่อไปนี้
|
สัญลักษณ์ |
พารามิเตอร์ |
|
SL |
ความยาวตะเข็บ (seam length) |
|
ST |
ความหนาของตะเข็บ (seam thickness) |
|
CD |
ความลึกของตัวฝา (countersink depth) |
|
EH |
ความยาวขอฝา (end hook length) |
|
BH |
ความยาวขอตัว (body hook length) |
|
ET |
ความหนาของฝา (end thickness) |
|
BT |
ความหนาของตัวกระป๋อง (body thickness) |

รูปที่ 9 แสดงส่วนประกอบต่างๆ ที่ใช้ในการประเมินความสมบูรณ์ของตะเข็บกระป๋อง
พารามิเตอร์บางค่าไม่สามารถหาได้ด้วยวิธีการวัดปกติ จะต้องคำนวณจากสูตร เช่น Free space, Actual overlap, %Overlap, %Body hook butting
Free space คำนวณจากสูตร
Actual overlap คำนวณจากสูตร
%Overlap คำนวณจากสูตร
%Body hook butting คำนวณจากสูตร
ในตารางด้านล่าง เป็นเกณฑ์มาตรฐานอ้างอิงสำหรับกระป๋อง double seam บางขนาดที่ใช้ในปัจจุบัน
ตารางที่ 1 ข้อกำหนดของพารามิเตอร์ต่างๆในกระป๋อง Double seam สำหรับโรงงานกระป๋อง
|
Can Diameter |
202 |
211 |
300 |
307 |
411 |
502 |
603 |
|
Seam length |
2.56-2.82 |
2.89-3.15 |
2.87-3.12 |
2.87-3.12 |
2.87-3.12 |
2.99-3.25 |
3.12-3.37 |
|
Seam thickness |
1.00-1.14 |
1.16-1.27 |
1.09-1.27 |
1.12-1.27 |
1.19-1.35 |
1.44-1.62 |
1.45-1.62 |
|
Countersink depth |
2.99-3.25 |
3.09-3.35 |
3.12-3.38 |
3.12-3.38 |
3.12-3.38 |
3.25-3.50 |
3.40-3.66 |
|
Body hook length |
1.82-2.08 |
1.90-2.15 |
1.90-2.15 |
2.03-2.29 |
2.03-2.29 |
2.15-2.41 |
2.15-2.40 |
|
Cover hook length |
1.65-1.90 |
1.82-2.08 |
1.90-2.15 |
1.90-2.15 |
1.90-2.15 |
2.08-2.34 |
2.08-2.34 |
|
Tightness (Freespace) |
0.11 |
0.11 |
0.11 |
0.11 |
0.11 |
0.11 |
0.11 |
|
Actual Overlap(Minimum) |
0.89 |
1.02 |
1.02 |
1.02 |
1.02 |
1.02 |
1.02 |
|
%Overlap(Minimum) |
45% |
45% |
45% |
45% |
45% |
45% |
50% |
|
%Body hook butting |
75% |
75% |
75% |
75% |
75% |
75% |
80% |
|
คอมเมนต์
เวลา00:02 วันที่ 07 -10 -2009 อ้างอิง
แล้วขออธิบายเพิ่มนะครับ ความกว้าง free space ตรงนั้น ก็คือระยะความกว้าง(โดยรวมทั้งหมด)ของส่วนที่แรเงาเป็นสีเทา ตามภาพประกอบครับ
เวลา03:49 วันที่ 07 -10 -2009 อ้างอิง