การตรวจสอบคุณภาพของกระป๋องdouble seamด้วยวิธีฉีกตะเข็บ
เขียนโดย มณฑล สุกใส   
วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2009 เวลา 02:16 น.

ตรวจคุณภาพตะเข็บกระป๋องโลหะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความแข็งแรง ทนทาน วางซ้อนทับได้หลายชั้น ทนอุณหภูมิความร้อนสูง จึงถูกนำมาใช้ในการบรรจุอาหารที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยอุณหภูมิสูง ดังนั้นการที่เราจะสนใจแต่กระบวนการฆ่าเชื้อ สนใจการตรวจสอบคุณภาพของตัวอาหารอย่างเดียวก็คงจะไม่ได้

และยังจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบด้วยผู้ชำนาญการ ผู้ซึ่งผ่านการอบรมแล้วเท่านั้น เพราะจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็บยากนะครับ ต้นฉบับบทความนี้ก็เอามาจากเว็บเก่าผมที่ geocities นั่นแหละ แต่... ทางเว็บดังกล่าวเขาจะปิดการให้บริการฟรีโฮสต์ประมาณเดือนตุลาคมนี้ ผมจึงต้องเอากลับมาลงที่นี่ และที่เอามาช้าเพราะยังไม่แน่ใจตัวเองเลยว่าจะเอาไว้หมวดไหนดี

 

การตรวจสอบคุณภาพของตัวกระป๋อง เริ่มจากการใช้ฝ่ามือค่อยๆลูบคลำ โดยให้จับกระป๋องด้วยมือข้างหนึ่งพร้อมกับหมุนกระป๋อง ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งใช้หัวแม่มือและนิ้วชี้สัมผัสที่ตะเข็บโดยรอบ ตรวจสอบอย่างละเอียด การตรวจสอบด้วยสายตาเป็นการตรวจสอบจากภายนอกที่ใช้มองลักษณะตำหนิ และข้อบกพร่องบางอย่างได้ดี ส่วนการลูบคลำกระป๋องก็สามารถตรวจสอบลักษณะตำหนิที่เกิดขึ้นบางกรณี เช่น Sharp seam, False seam, Vee seam เป็นต้น

 

ลำดับการฉีกตะเข็บ

ก่อนอื่นให้กำหนดจุดที่จะทำการวัดอย่างน้อย 3 ตำแหน่ง พร้อมกับทำเครื่องหมายไว้ด้วยกันลืม โดยแต่ละตำแหน่งห่างกันทำมุม 120องศา (กรณีที่วัดมากกว่า3ค่าก็ทำการหารเฉลี่ยค่ามุมใหม่) และต้องวางจุดวัดให้ห่างจากฝีตะเข็บข้าง

ก่อนฉีกกระป๋อง ใช้ seam micrometer วัดพารามิเตอร์ต่างๆ 3ค่า ตามลำดับคือ ความยาวตะเข็บ(seam length) โดยใช้ seam micrometer วัดค่าความยาวของตะเข็บดังรูปที่ 1

 วัดseam length

รูปที่ 1 การวัด Seam length (ความยาวตะเข็บ)

ความหนาของตะเข็บ(seam thickness) ตั้งกระป๋องขึ้นและวาง seam micrometer ทำมุม 4 องศากับพื้น วัดค่าความหนาของตะเข็บดังรูปที่ 2

วัด seam thickness

รูปที่ 2 การวัด Seam thickness (ความหนาตะเข็บ) ความลึกของตัวฝา(countersink depth)

การวัดทั้ง Seam thickness (ความหนาตะเข็บ) และความลึกของตัวฝา(countersink depth) ให้วัดโดยใช้ส่วนปลายแหลมของ seam micrometer ค่าที่อ่านได้ลบด้วยระยะเมื่อปลายแหลมอยู่เสมอส่วนปลายด้าม (ปกติมีค่า 5 มม.) ซึ่งส่วนนี้ต้องอาศัยทักษะและความชำนาญของผู้วัดด้วย

2. ค่อยๆ ใช้คีมฉีกตะเข็บตามลำดับ โดยเริ่มจากการใช้คีมกระแทกฝาลงมาให้บุบ แล้วค่อยๆ เอาคีมฉีกฝากระป๋องให้ขาด ฝากระป๋องที่ฉีกไปแล้วอย่าเพิ่งทิ้ง แล้วให้ระวังโดนกระป๋องบาดด้วย จากนั้นใช้คีมเคาะแยกขอฝากับขอตัวกระป๋องดังรูปที่ 5 วัดค่าความยาวขอฝา (End hook length)ดังรูปที่ 6 และวัดค่าความยาวขอตัว (body hook length) ในลักษณะนอนลง ดังรูปที่ 7

 การฉีกตะเข็บด้วยคีม

รูปที่ 3 การฉีกกระป๋อง (1) ใช้คีมดึงฝากระป๋องออกไปให้เหลือส่วนของตะเข็บเอาไว้

 

การใช้คีมเลาะตะเข็บ

รูปที่ 4 การฉีกกระป๋อง (2) ใช้คีมตัดตะเข็บ แล้วค่อยๆ เลาะขอฝากับขอตัวออกจากกัน

 

เคาะตะเข็บ

รูปที่ 5 ใช้คีมเคาะลงไปตรงๆ ให้ตั้งฉากกับตัวกระป๋อง ก็้จะได้ขอฝากับขอตัวแยกที่ออกจากกัน

 

วัด End hook

รูปที่ 6 วิธีการวัด End hook length

 

วัด body hook length

รูปที่ 7 วิธีการวัด Body hook length

 

วัด body hook length

รูปที่ 8 กระป๋อง 1 ใบควรจะวัดค่าต่างๆออกมาอย่างน้อย 3 จุด เพื่อผลทางสถิติ ในรูปเป็นการวัด body hook length

 

อย่าลืมวัดค่าของความหนาของฝา (end thickness) และ ความหนาของตัวกระป๋อง (body thickness) เพื่อนำค่าไปประกอบการคำนวณในลำดับถัดไป

 

การคำนวณพารามิเตอร์อื่นๆ

พารามิเตอร์ที่ได้วัดได้จากการฉีกตะเข็บด้วยมือ แล้วเอาไมโครมิเตอร์วัดมีดังต่อไปนี้

 

สัญลักษณ์ พารามิเตอร์
SL ความยาวตะเข็บ (seam length)
ST ความหนาของตะเข็บ (seam thickness)
CD ความลึกของตัวฝา (countersink depth)
EH ความยาวขอฝา (end hook length)
BH ความยาวขอตัว (body hook length)
ET ความหนาของฝา (end thickness)
BT ความหนาของตัวกระป๋อง (body thickness)

 

พารามิเตอร์ทั้งหมด

รูปที่ 9 แสดงส่วนประกอบต่างๆ ที่ใช้ในการประเมินความสมบูรณ์ของตะเข็บกระป๋อง
 

พารามิเตอร์บางค่าไม่สามารถหาได้ด้วยวิธีการวัดปกติ จะต้องคำนวณจากสูตร เช่น Free space, Actual overlap, %Overlap, %Body hook butting

Free space คำนวณจากสูตร

สมการ freespce ที่แก้ไขแล้ว

Actual overlap คำนวณจากสูตร

%Overlap คำนวณจากสูตร

%Body hook butting คำนวณจากสูตร

 

ในตารางด้านล่าง เป็นเกณฑ์มาตรฐานอ้างอิงสำหรับกระป๋อง double seam บางขนาดที่ใช้ในปัจจุบัน

ตารางที่ 1 ข้อกำหนดของพารามิเตอร์ต่างๆในกระป๋อง Double seam สำหรับโรงงานกระป๋อง

 

Can Diameter 202 211 300 307 411 502 603
Seam length 2.56-2.82 2.89-3.15 2.87-3.12 2.87-3.12 2.87-3.12 2.99-3.25 3.12-3.37
Seam thickness 1.00-1.14 1.16-1.27 1.09-1.27 1.12-1.27 1.19-1.35 1.44-1.62 1.45-1.62
Countersink depth 2.99-3.25 3.09-3.35 3.12-3.38 3.12-3.38 3.12-3.38 3.25-3.50 3.40-3.66
Body hook length 1.82-2.08 1.90-2.15 1.90-2.15 2.03-2.29 2.03-2.29 2.15-2.41 2.15-2.40
Cover hook length 1.65-1.90 1.82-2.08 1.90-2.15 1.90-2.15 1.90-2.15 2.08-2.34 2.08-2.34
Tightness (Freespace) 0.11 0.11 0.11 0.11 0.11 0.11 0.11
Actual Overlap(Minimum) 0.89 1.02 1.02 1.02 1.02 1.02 1.02
%Overlap(Minimum) 45% 45% 45% 45% 45% 45% 50%
%Body hook butting 75% 75% 75% 75% 75% 75% 80%
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 07 พฤษภาคม 2010 เวลา 15:00 น.
 

คอมเมนต์ 

 
free space ต้องเป็นSt- (2Bt+3Et)รึเปล่าคะ
#1 witchy
เวลา00:02 วันที่ 07 -10 -2009 อ้างอิง
 
 
ขอบคุณ คุณ witchy มากครับ ที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องมา

แล้วขออธิบายเพิ่มนะครับ ความกว้าง free space ตรงนั้น ก็คือระยะความกว้าง(โดยรวมทั้งหมด)ของส่วนที่แรเงาเป็นสีเทา ตามภาพประกอบครับ
#2 admin
เวลา03:49 วันที่ 07 -10 -2009 อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

banner ให้เช่า1 banner ให้เช่า2
banner ให้เช่า3 banner ให้เช่า4

เข้าสู่ระบบ

10 คอมเมนต์ล่าสุด

สถิติสมาชิกที่ลงทะเบียน

สมาชิกล่าสุด : mricon
สมาชิกทั้งหมดของเรา : 1002
ลงทะเบียนสมัครวันนี้ : 1
ลงทะเบียนสมัครในเดือนนี้ : 155

Social bookmark & Share

Bookmark and Share

follow me..


follow me @thaifoodscience

อยากได้ระบบอะไรในเว็บนี้ครับ

แนะนำเว็บนี้ให้กับเพื่อน






9 + 4 =