|
ความดันบรรยากาศปกติที่ระดับน้ำทะเลจะมีค่าราว 101.325 กิโลปาสคาล แต่กับกระบวนการแปรรูปด้วยความดันสูง สูงที่ว่าเนี่ย ใช้ความดันระดับเมกะปาสคาลเลยทีเดียว อู้วว..กิโลกับเมกะ โดยที่การแปรรูปด้วยความดันสูง(ลิ่ว)ที่ว่าเนี่ย จัดว่าเป็นเทคโนโลยีการแปรรูปโดยไม่ใช้ความร้อน ดังนั้นเมื่อไม่ใช้ความร้อน สารอาหารบางตัวที่ไวต่อความร้อนเช่นพวกไวตามิน และสารให้กลิ่นรสก็ย่อมที่จะยังคงอยู่ในผลิตภัณฑ์ ความดันสูงๆที่ระดับต่างๆก็ยังมีผลต่อการอยู่รอดของเชื้อจุลินทรีย์ และเอนไซม์ด้วยนะจ๊ะ 
กระบวนการแปรรูปด้วยความดันสูง มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษแบบที่ตอนเรียกก็งงกับการย่อของเขาเหมือนกันนะครับ เพราะเขาย่อว่า HHP ซึ่งมีที่มาจากคำว่า High Hydrostatic Pressure ซึ่งผมไปอ่านในตำราของ Fundamental of Food Process Engineering ที่มีแจกในเว็บนี้ก็ใช้คำว่า Isostatic High Pressure ด้วยสิ ซึ่งอันนี้เข้าใจ แต่ผมเองก็งง(จริงๆ)ว่าทำไมไม่ย่อว่า HP ซึ่งพอผมมาดูส่วนประกอบของกระบวนการเพิ่มความดัน และรวมไปถึงตัวอุปกรณ์ก็ถึงบางอ้อทันที...(อยู่แถวๆโรงพยาบาลยันฮี อ่าาา ไม่ใช่ละ ) hydro คือ..น้ำ เขานิยมที่จะใช้น้ำเป็น pressure medium (แปลว่าไงหว่า ตัวกลางความดัน..มั้ง งั้นผมทับศัพท์ไปเลยแล้วกันนะครับ) ซึ่งข้อดีของการใช้น้ำเป็นตัวกลาง แทนที่จะใช้ก๊าซก็คือในด้านของความปลอดภัย น้ำเข้ากับอาหารได้อย่างปลอดภัยอยู่แล้ว ใช้งานง่าย ในขณะที่ก๊าซเมื่ออัดตัวภายใต้แรงดันสูงๆ จะทำให้เกิดความร้อนสะสม และยังเสี่ยงต่อการระเบิดอีกด้วย ในขณะที่น้ำความสามารถในการบีบอัดตัวไม่มากเท่ากับก๊าซ จึงมีความปลอดภัยมากกว่าเมื่อแปรรูปที่ความดันสูงๆ
ดังนั้นในกระบวนการแปรรูปด้วยความดันสูงจึงประกอบด้วยถังทนแรงดันสูง ซึ่งถ้าเป็นการทำงานในระดับ300MPa ขึ้นไป ก็จำเป็นที่จะต้องใช้วัสดุประเภทเหล็กหล่อไร้ตะเข็บขึ้นมาใช้แล้วละครับ รวมไปถึงระบบสร้างควาัมดัน ซึ่งการใช้ pressure intensifier ดูจะมีความเหมาะสมมากกว่าการอัดความดันเข้าไปโดยตรงด้วยกระบอกสูบ เพราะให้ความดันแม่นยำกว่า และมีความปลอดภัยต่อการทำงานและอายุการใช้งานอุปกรณ์มากกว่าด้วย
ผลของการใช้ความดันสูงต่อจุลินทรีย์
ก็มีการศึกษาผลของความดันต่อการอยู่รอดของเชื้อจุลินทรีย์สายพันธุ์ต่างๆนานาในวารสารต่างประเทศครับ ว่าความดันสูงมีผลทำให้เชื้อจุลินทรีย์ไม่สามารถเจริญเติบโต และขยายพันธุ์ได้ เนื่องจากสาเหตุหลักๆสองสามประการ คือ ความดันสูงไปทำให้เอนไซม์เสื่อมสภาพ, ความดันไปทำให้อวัยวะของจุลินทรีย์ผิดปกติไป
โดยทั่วไปที่ระดับการใช้งานปานกลางของกระบวนการ HHP จะทำให้จุลินทรีย์ลดการเจริญ และการขยายพันธุ์ลง ในขณะที่ระดับการใช้ความดันสูงๆ จะยับยั้งกิจกรรมของจุลินทรีย์ เช่นการไปทำให้เซลล์จุลินทรีย์หยุดกระบวนการผลิตพลังงานภายในเซลล์เอง ส่วนความไวต่อความดันสูงของเชื้อจุลินทรีย์(baro-sensivity) จากที่ผมอ่านๆจำๆมาเขาจะเรียงจากน้อยไปมากตามนี้ แบคทีเรียแกรมบวก, ยีสต์ และแบคทีเรียแกรมลบ ตามลำดับ ส่วนสปอร์ก็จะมีความทนทานต่อความดันสูงมากกว่าเซลล์เต็มวัย เพราะขนาดที่เล็ก และผนังเซลล์แข็งแรง ประกอบกัน แต่อย่างไรก็ตาม Cheftel et al(1995) ได้รายงานว่า การใช้ความดัน 300(กับ Aspergillus oryzae) และ 400MPa(กับ Rhyzopus javanicus) สามารถทำลายสปอร์ของราและยีสต์ลงได้อย่างไม่ยากนัก ในขณะที่ราบางตัวอย่าง Byssochlamys nivea ก็ทนทานต่อความดันสูงยิ่งนัก จากรายงานของ Butz et al(1996) ก็กล่าวว่าต้องใช้ความดันสูงมากกว่า 600MPa ร่วมกับอุณหภูมิ 60oC จึงจะทำลายสปอร์ลงไ้ด้
ตารางที่ 1 ผลของความดันต่อการอยู่รอดของเชื้อ Zygosaccharomyces baili
| ระดับความดัน(MPa)* |
%การรอดชีวิต
|
|
stationary phase
|
exponential phase
|
| 138 |
100.0
|
-
|
| 172 |
98.0
|
29.3
|
| 207 |
-
|
15.8
|
| 242 |
-
|
6.7
|
| 245 |
87.6
|
-
|
| 276 |
65.0
|
3.3
|
| 310 |
43.3
|
1.5
|
| 345 |
15.4
|
-
|
| 431 |
1.0
|
-
|
*การให้ความดันแปรรูปจะเริ่มนับเฉพาะตอน presure com up time
ที่มา 10
จากตารางที่ 1 เราจะพบว่าในช่วงของ exponential phase หรือ log phase นะ เชื้อจะถูกทำลายลงมากกว่าช่วง stationary phase ซึ่งมันก็ไม่แตกต่างไปจากกระบวนการแปรรูปด้วยความร้อน ที่เชื้อก็จะถูกทำลายลงไปจำนวนมากในช่วงเดียวกัน
อย่างไรก็ตามงานวิจัยมีเยอะนะครับ ผมยังอ่านไม่หมดเลย และถ้าอ่านหมดก็ไม่ต้องทำอะไรกันละ ระบบ HHP เนี่ยใช้กับอาหารได้หลากหลายพอสมควรตามตารางที่ 2
ตารางที่ 2 พารามิเตอร์ความทนทานของจุลินทรีย์ในกระบวนการแปรรูปด้วยความดันสูง
| ชนิดจุลินทรีย์ |
ซับสเตรท |
D(นาที) |
ความดัน(MPa) |
T(oC) |
แหล่งอ้างอิง |
| อาหารแข็ง |
|
|
|
|
|
| Salmonella Enteritidis |
เนื้อ |
3 |
450 |
N/A |
1 |
| Salmonella Typhimurium |
เนื้อ |
1.48 |
414 |
25 |
2 |
| Salmonella Typhimurium |
เนื้อ |
0.6 |
345 |
50 |
3 |
| E. coli |
เนื้อ |
2.5 |
400 |
N/A |
4 |
| S. aureus |
เนื้อ |
3 |
500 |
50 |
4 |
| L. monocytogenes |
เนื้อ |
2.17 |
414 |
25 |
2 |
| L. monocytogenes |
เนื้อหมู |
1.89 |
414 |
25 |
5 |
| L. monocytogenes |
เนื้อหมู |
0.97 |
414 |
50 |
3 |
| C. botulinum Type E |
เนื้อปู |
3.98 |
758 |
35 |
6 |
| C. botulinum Type E |
เนื้อปู |
1.76 |
827 |
35 |
6 |
| อาหารเหลว |
|
|
|
|
|
| Salmonella Typhimurium |
น้ำนม |
3.0 |
350 |
N/A |
1 |
| E coli |
น้ำนม |
1.0 |
400 |
50 |
7 |
| E. coli 0157H7 |
น้ำนม |
3.0 |
400 |
50 |
4 |
| S aureus |
น้ำนม |
2.5 |
500 |
50 |
4 |
| L. monocytogenes |
น้ำนม |
3.0 |
375 |
N/A |
1 |
| L. inocua |
ไข่ |
3.0 |
450 |
20 |
8 |
| C. botulinum Type E |
สารบัฟเฟอร์ |
2.64 |
827 |
35 |
6 |
| S. cerevisiae |
น้ำส้ม |
0.97 |
400 |
37 |
9 |
| S.cerevisiae |
น้ำแอปเปิล |
0.28 |
450 |
40 |
9 |
จากตัวอย่างในตารางที่ 2 เราก็จะเห็นกันชัดๆนะครับว่าในอดีตที่ผ่านมามีการใช้ HHP กับอาหารประเภทใดบ้าง
การแปรรูปด้วยความดันสูงสามารถใช้ได้กับผลิตภัณฑ์อาหารค่อนข้างจะหลากหลายชนิด โดยประเทศที่มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้แปรรูปในเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลายก็คือ ญี่ปุน ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์อาหารที่เข้ากระบวนการ HHP ของที่นั่นก็ได้แก่ แยมผลไม้, สลัด, โยเกิร์ท, ผลไม้ผสม, น้ำผลไม้ และ น้ำผลไม้เข้มข้น จะเห็นได้เลยนะครับว่าวิธีนี้ค่อนข้างจะช่วยดำรงรักษาคุณค่าทางโภชนาไว้ได้ดีกว่ามาก เมื่อเทียบกับการแปรรูปด้วยความร้อน อาหารเหลวก็ป้อนใส่เข้าไปในทรงกระบอก อาหารแข็งก็แพคใส่ถุงประเภท flexible container ตามตัวอย่างด้านล่างที่เป็นการแปรรูปอาหารแข็งอย่างหอยนางรม
ภาพตัวอย่างการแปรรูปด้วย HHP
เป็นภาพจากเว็บ http://www.motivatit.com ซึ่งฝรั่งเขาทำการผลิตหอยนางรม

เป็นขั้นตอนของการลำเลียงหอยนางรมในสายพาน

ทรงกระบอกขาวๆทางขวามือนั่นเป็นเครื่องล้างหอยนางรมครับ ข้างในน่าจะเป็นการสเปรย์น้ำใส่หอยนางรม

ในภาพเป็นการคัดขนาดของหอยนางรมที่ล้างแล้ว (แหม..กระบวนการตอนนี้ดูดีจังเลย คุณฝรั่งจ๋า ผมเผ้าไม่รวบเก็บเลยนะ ได้GMPหรือเปล่าเนี่ย)

ขั้นตอนของการปิดปากถุงด้วยลมร้อน

เตรียมโหลดลงถังความดันสูงแล้วครับ

พี่เสื้อเขียวคนนี้มีหน้าที่คอยโหลดหอยนางรมที่แพคเรียบร้อยแล้วลงในทรงกระบอกที่ทำมาจากเหล็กกล้า

คนนี้มีหน้าที่ควบคุมกระบวนการแปรรูปด้วยความดันสูง ผลิตภัณฑ์หอยนางรมยี่ห้อนี้เขาว่าใช้ความดันในการแปรรูปประมาณ 45000psi หรือราวๆ 360MPa

เรียบร้อย หอยพร้อมจำหน่าย...
ผลของการใช้ความดันสูงต่อเอนไซม์
Cano et al(1997) ศึกษาการใช้ความดันสูงร่วมกับอุณหภูมิเพื่อการยับยั้งเอนไซม์เพอรอกซิเดส (peroxidase) และ
PPO ในผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลไม้หลายตัว เขาพบว่าสภาวะที่เหมาะสมในการยับยั้งกิจกรรมของเอนไซม์เพอรอกซิเดสในสตรอเบอรีพิเร่คือ การใช้ความดัน 230 MPa และ 43oC ซึ่งอุณหภูมิที่ใช้นี้ถือว่าน้อยมากนะครับ เมื่อเทียบกับการใช้ความร้อนระดับ80-90oC เพื่อยับยั้งเอนไซม์ดังกล่าวตามปกติ
Lopez-Malo et al(1999) ได้สาธิตให้เห็นว่า PPO บางส่วนในอาโวกาโดรพิวเรจะถูกยับยั้งกิจกรรมลงประมาณ 15-20% จากการทำงานปกติ ซึ่งก็ทำให้ไม่เกิดสีที่ไม่พึงประสงค์ ภายใต้การแปรรูปด้วยความดันสูงที่ระดับ 689MPa โดยภาพด้านล่างก็เป็นผลการศึกษาที่เขาอธิบายเป็นกราฟสามมิติ

ผลของระดับความดันต่ิอกิจกรรมของPPO ที่ระดับความเป็นกรดด่าง 4.1 ณ เวลา 10, 20 และ30นาทีตามลำดับ ซึ่งถ้าอธิบายจากกราฟสามมิติ ยิ่งความดันสูง และเวลานานก็จะมีผลทำให้การยับยั้งกิจกรรมจาก PPO ดีขึ้นด้วย
References:
1 Patterson ME, Quinn M, Simpson R, and Gilmour A. (1955) J. Food Prot. 58:524
2 Ananth V, Dickson JS, Olson DG, and Murano EA (1998) J. Food Prot. 61:1649
3 Kalchayanand N, Sikes A, Dunne CP, and Ray B. (1998) J. Food Prot. 61:425
4 Patterson MF and Kilpatrick DJ. (1998) J. Food Prot. 61:432
5 Murano EA, Murano PS, Brennan RE, Shenoy K and Moriera R. (1999). J. Food Prot. 62:480
6 Reddy NR, Solomon HM, Fingerhut G, Balasubramanian VM, and Rodelhamel EJ. (1999) NCFST, Sumit-Argo, IL.
7 Gervilla R, Capellas M, Farragut V and Guamis B. (1997) J. Food Prot. 60:33
8 Ponce E, Pla R, Mor-Mur M, Gervilla R and Guamis B. (1998) J. Food prot. 61:119
9 Zook CD, Parish ME, Braddock RJ and Balaban MO. (1999) J. Food Sci. 64:533
10 Palou et al. 1998. High hydrostatic pressure
come-up time and yeast viability. J Food Prot.61(12):1657-1660.
11 Butz et al(1996). High pressure inactivation of Byssochlamus nivea ascospores and other heat resistance moulds. LWT.29 :463-467.
12 Cano et al. 1997. High Pressure and temperature effects on enzyme inactivation in strawberry and orange product. J Food Sci.62:85-88.
13 Lopez-Malo et a. 1999. Polyphenoloxidase Activity and color changes during storage in high hydrostatic pressure treated avocadro puree. Food Res. Int. 31(8): 549-556.
14 Cheftel J.C. 1995. High-Pressure, microbial inactivation and food preservation. Food Sci Techol Int 1: 75-90. |
คอมเมนต์
ช่วงนี้กำลังสอบT__T เรื่องนี้พอดีเลยคร๊า
เวลา23:48 วันที่ 29 -07 -2010 อ้างอิง