| ความร้อนจำเพาะ |
| เขียนโดย มณฑล สุกใส | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันอังคารที่ 13 กรกฏาคม 2010 เวลา 00:00 น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
สำหรับสมการของการหาความร้อนสำหรับปริมาณความร้อนแฝงจะมีรูปทั่วไปคือ
เราจะเห็นในสมการที่ 1 นะครับว่า ค่า Cp นี้เป็นตัวแปรสำคัญในการวิเคราะห์ทางความร้อนของกระบวนการแปรรูป หรือการออกแบบอุปกรณ์เครื่องมือในอุตสาหกรรมอาหารเลยทีเดียว ค่าความจุความร้อนยังเป็นฟังก์ชันกับอุณหภูมิ อีกด้วยนะ สำหรับการได้มาซึ่งค่า Cp เราพบว่าตัวแปรดังกล่าวมีความสัมพันธ์ โดยเป็นฟังก์ชันขององค์ประกอบต่างๆในอาหาร ไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิ, ความชื้น และความดัน ค่าความร้อนจำเพาะจะมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อความชื้นในอาหารสูงขึ้น สำหรับแก๊ส ค่าความร้อนจำเพาะที่ความดันคงตัวให้สัญลักษณ์เป็น Cp จะมีค่าสูงกว่าค่าความร้อนจำเพาะที่ระดับปริมาตรคงตัวโดยจะให้สัญลักษณ์เป็น Cv ส่วนในทางด้านอาหารจะนิยมการใช้ Cp มากกว่า Cv เนื่องจากถือว่าความดันเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ยกเว้นในกระบวนการที่ใช้ความดันสูงๆ ในการออกแบบกระบวนการทางอาหาร และอุปกรณ์ในการผลิต เราต้องทราบค่าความร้อนจำเพาะของวัสดุอาหาร และวัสดุอื่นๆที่ใช้ในกระบวนการ การที่จะได้มาซึ่งค่าความร้อนจำเพาะนี้มีด้วยกัน 2 ทางด้วยกันนะครับ 1. ทางแรกก็คืออาศัยข้อมูลสำเร็จที่มีคนหามาแล้วในตารางจากหนังสือตำราต่างๆ 2. ได้มาจากการโดยอาศัยสมการทำการกำหนดตัวแปรต่างที่มีความสัมพันธ์กับค่าความร้อนจำเพาะแล้วสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ โดยทั่วไปแล้วแบบจำลองทางคณิตศาสตร์จะสร้างโดยอ้างอิงองค์ประกอบของอาหารตั้งแต่ 1 ขึ้นไป เป็นที่ทราบกันว่าปริมาณน้ำนั้นเป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อค่าความร้อนจำเพาะ ดังนั้นสมการส่วนใหญ่จึงแสดงค่าความร้อนจำเพาะให้เป็นฟังก์ชันกับปริมาณน้ำในอาหาร
หนึ่งในสมการแรกๆที่ใช้ในการคำนวณหาค่าความร้อนจำเพาะ จากการนำเสนอของ Siebel(1892)คือ
เมื่อ Xw คือสัดส่วนโดยมวลของน้ำในอาหาร ในแบบจำลองตามสมการที่ 2 นี้ไม่ได้แสดงถึงผลของอุณหภูมิ หรือ องค์ประกอบอื่นๆในตัวอาหาร สมการของ Siebel นี้เป็นสมการง่ายๆ แต่ก็ให้คลาดเคลื่อนมากเช่นกัน ดังนั้น Charm(1978) ได้นำเสนอสมการที่นำเอาส่วนที่องค์ประกอบต่างๆมาคิดร่วมด้วย เนื่องจากในอาหารไม่ได้มีแต่องค์ประกอบส่วนที่เป็นน้ำอย่างเดียว ซึ่งก็ทำให้ค่าความจุความร้อนที่ได้จากสมการใหม่นี้ มีความละเอียดและคลาดเคลื่อนน้อยลงด้วยดังสมการที่ 3
เมื่อค่า X แสดงสัดส่วนโดยมวลขององค์ประกอบ ส่วนตัวห้อย f จะแทนไขมัน, s แทนด้วยของแข็งอื่นปราศจากมันเนย (nonfat solids) และ w คือน้ำ
ในลำดับต่อมา Heldman และSingh(1981) ได้เสนอสมการที่ครอบคลุมส่วนองค์ประกอบของอาหารมากขึ้นดังนี้
เมื่อให้ X เป็นสัดส่วนโดยมวล และสัญลักษณ์ตัวห้อยต่างๆ ทางเทอมขวามือ c, p, f, a และ w จะแทนสัญลักษณ์ในส่วนที่เป็นองค์ประกอบของคาร์โบไฮเดรต, โปรตีน, ไขมัน, เถ้า และน้ำตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตาม สมการที่นำเสนอมาตั้งแต่ในสมการที่ 2-4 นี้ ก็ยังไม่แสดงถึงความสัมพันธ์กับอุณหภูมิเลย (จริงไหมครับ) ซึ่งทั้งที่จริงค่า นักวิทยาศาสตร์ทราบอยู่แล้วตัวแปรดังกล่าวนั้น เป็นฟังก์ชันกับอุณหภูมิด้วย ดังนั้นในปี 1986 Choi และ Okos จึงได้เสนอแบบจำลองสำหรับทำนายค่าความร้อนจำเพาะขึ้นมาใหม่ ตามสมการที่ 5 ซึ่งเป็นสมการที่ละเอียดที่สุด
เมื่อ Xi คือสัดส่วนขององค์ประกอบชนิดที่ i , n คือ จำนวนขององค์ประกอบทั้งหมดในอาหาร และ Cpi คือความร้อนจำเพาะขององค์ประกอบ i ตามตารางที่ 1 ซึ่งให้ค่าความร้อนจำเพาะเป็นฟังก์ชันของอุณหภูมิ ในการคำนวณทางปฏิบัตินั้น แนะนำให้ใช้ Microsoft Excel ช่วยในการสร้างspreadsheet จะได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ตารางที่ 1 ค่าสัมประสิทธิ์ที่ใช้ในการหาค่าความร้อนจำเพาะในผลิตภัณฑ์อาหาร
a ใช้เมื่ออุณหภูมิอยู่ในระหว่าง -40 ถึง0oC b ใช้เมื่ออุณหภูมิอยู่ในระหว่าง 0 ถึง 150oC
จากตารางที่ 1 ผมก็ได้เขียนโปรแกรมตัวเล็กๆสำหรับหาค่าความร้อนจำเพาะของอาหารเหนือจุดเยือกแข็งตามแบบสมการของ Choi และ Okos ไว้
ระบุอุณหภูมิ และ อัตราส่วนเชิงมวล ของแต่ละองค์ประกอบ
และตัวโปรแกรมก็จะหาค่าออกมาให้เอง
สมาชิกสามารถโหลดไปกดเล่นๆกันได้เลยนะครับ ลิงค์ซ่อนไว้เหนือข้อความนี้ สำหรับหน่วยของค่าความร้อนจำเพาะในระบบ SI คือ
หน่วยของค่าความร้อนจำเพาะในระบบ FPS คือ
ตารางที่ 2 ค่าความจุความร้อนหรือความร้อนจำเพาะของอาหารบางชนิด
ที่มา ดัดแปลงจาก Polley,S. L., Snyder, O.P., และ Kotnour, P.A. Compilation of thermal properties of foods. Food Technol, 36(11):76, 1990 |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 13 กรกฏาคม 2010 เวลา 23:24 น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ในการศึกษาเรื่องของการออกแบบระบบทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับตัววัสดุ ค่าความร้อนจำเพาะ (











