ที่มาที่ไปของแนวคิดในการสร้างระบบฐานข้อมูลบทคัดย่องานวิจัยทางอาหาร
เขียนโดย มณฑล สุกใส   
วันพุธที่ 02 มิถุนายน 2010 เวลา 23:22 น.

ปัจจุบันนี้การค้นคว้าหาข้อมูลในทุกเรื่องๆ ช่องทางในการใช้อินเทอร์เนทเป็นช่องทางที่ประหยัดทรัพยากร ใช้เวลารวดเร็วและเข้าถึงข้อมูลในส่วนที่เราต้องการมากที่สุด อยากได้อะไรก็พิมพ์เข้าไปหาในกูเกิ้ลเอาสิ... (เชื่อไหมครับว่าผมนั่งแช่ wikipedia ได้เป็นวันๆเลย) ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาความไม่สะดวกในการเข้าห้องสมุด เราไม่จำเป็นต้องไล่เปิดหนังสือทีละหน้า และไม่จำเป็นต้องแบกหนังสือ หรือบางครั้งเราจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลพื้นฐานในช่วงเวลาตีสอง ซึ่งคงไม่มีมหาวิทยาลัยที่ไหนเปิดให้ในช่วงเวลาดังกล่าว อีกอย่างหนึ่งคือแทนที่เราจะต้องขับรถจากที่ทำงาน ไปยังห้องสมุดมหาวิทยาลัยใกล้ๆ ก็เล่นเนทเชคเมลกันในห้องนั่นแหละครับ

ระบบฐานข้อมูลบทคัดย่องานวิจัย ใครได้ประโยชน์้บ้าง

เจ้าของข้อมูลงานวิจัย

ความรู้พร้อมเผยแพร่แก่สาธารณชนผมเชื่อว่างานวิจัย ปัญหาพิเศษ และวิทยานิพนธ์ ที่ทำออกมาดีๆมีคุณภาพ ควรที่จะขายได้ และต่อยอดได้ งานเหล่านี้ไม่ควรที่จะถูกแขวนอยู่บนชั้นวางหนังสือแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ปัจจุับันนี้เรามีนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญที่มีความถนัดในเรื่องเฉพาะทาง และพร้อมที่จะให้ข้อมูล ช่วยขับเคลื่อนแก้ปัญหาในองค์กรได้ เวลาที่โรงงานมีปัญหาแน่นอนว่าเขาก็อาจจะต้องการแหล่งข้อมูล ต้องการวิธีแก้ปัญหาแบบรวดเร็ว ซึ่งคนที่ให้คำตอบนั้นได้คือบรรดานักวิจัยที่ผ่านการลองผิดลองถูก และมีกระบวนการคิดเป็นลำดับขั้นตอนตามหลักสถิติ อันน่าเชื่อถือ แถมยังเป็นการลดการสิ้นเปลืองต้นทุนในการทดลองแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองจากทางโรงงานด้วย

 

เพิ่มโอกาสในการหางานนอกจากนั้นผมยังมองว่านิสิตจบใหม่ ก็ควรที่จะมีที่ๆให้นำปัญหาพิเศษเหล่านี้ขึ้นมาแปะกัน และสามารถให้คนที่อยากเห็นตรงนั้นเข้าถึงได้ผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งน้องๆก็อาจจะส่วนนี้ไปนำเสนอประกอบการสมัครงานได้ด้วย ผมมองว่างานพวกนี้มีคุณค่าในตัวเอง ซึ่งอย่างที่ผมบอกครับ ปัญหาพิเศษที่ทำออกมาดีๆมันก็มี แล้วบางเรื่องบริษัท หรือโรงงานแปรรูปก็มีปัญหาในจุดเล็กๆนั้นด้วย

 

คนที่ต้องการเข้าถึงข้อมูล

คนที่เข้าถึงข้อมูลมีทางเลือกนะสิ่งแรกคือความสะดวกในการได้ข้อมูล ในแบบฟอร์มที่ผมออกแบบไว้ จะมีรายละเอียดที่อยู่ของผู้เขียนบทความไว้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่อยากได้ข้อมูลตรงนั้นในเชิงลึก หรืออยากได้ตัวเต็มสามารถติดต่อสอบถามเจ้าของผลงานได้ สำหรับคนที่ทำงานในโรงงานก็คงจะชอบแนวคิดนี้นะครับ เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลเพื่อเข้าห้องสมุด โดยอาจจะขอเอกสาร หรือ ขอคำแนะนำจากผู้รู้

สำหรับการทำงานถึงแม้ว่าบางครั้งวิธีในการแก้ปัญหาอาจจะผิดพลาด แต่นั่นก็ถือว่าเป็นบทเรียนของเรา เหมือนดั่งที่ โธมัส อัลวา เอดิสัน นักประดิษฐ์ผู้มีการจดสิทธิบัตร และอนุสิทธิบัตรต่างๆมากมายนับหมื่นรายการ เคยกล่าวไว้ว่า

"If I find 10,000 ways something won't work, I haven't failed. I am not discouraged, because every wrong attempt discarded is another step forward"

ผู้พัฒนาเว็บได้อะไรบ้างตรงนี้

ผู้พัฒนาเว็บได้อะไรบ้างตรงนี้ในแง่ของการพัฒนาเว็บ thaifoodscience แห่งนี้ ผมเปิดให้ทุกท่านได้เข้าถึงบทความที่ผมเขียนไว้ รวมไปทั้งสิทธิพิเศษต่างๆที่สงวนไว้ให้สมาชิกเว็บได้ใช้งานหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นระบบโฆษณา, ระบบฐานข้อมูลเครือข่ายนักอุตสาหกรรม, ระบบกลุ่ม, ระบบวอลล์ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่ว่ามานี้ ผมไม่มีความคิดที่จะเก็บเงิน ซึ่งอาจจะดูขัดแย้งกับสิ่งที่คนทำเว็บทั่วไปเขาทำกัน

ในทำนองเดียวกัน สิ่งที่ผมคิดว่าถ้าแนวคิดไอเดียนี้ เกิดขึ้นจริงๆประโยชน์ที่ผมพึงจะได้รับก็คือ จำนวนเพจวิว จำนวนผู้เข้าเว็บที่มากขึ้น ซึ่งในอนาคตนี้ถ้าเพจวิวขึ้นหลักแสนเมื่อไหร่ (ปัจจุบันเพจวิวอยู่ที่ 50,000ต่อเดือน) ผมอาจจะเดินเข้าไปขอสปอนเซอร์สนับสนุนจากบริษัทต่างๆ โดยแลกกับการให้เช่าแบนเนอร์

ทำไมต้องให้เ้จ้าของข้อมูลป้อนเอง

คำตอบง่ายๆก็คือ ผมเป็นเพียงประชาชนคนธรรมดา ไม่ใช่อาจารย์ชื่อดัง ไม่ใช่องค์กรของรัฐ จึงไม่มีความสามารถ และพลังมากพอที่จะทำการสังคายนารวบรวมจัดหมวดหมู่งานวิจัย แต่เชื่อเถอะครับว่า สถาบันการศึกษาที่สอนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การอาหาร เทคโนโลยีอาหาร วิศวกรรมอาหาร และโภชนาการ ในบ้านเรารวมๆแล้วมีไม่น้อยกว่า 200แห่ง สมมติว่ามีผู้ชอบในโปรเจคนี้ สมัครใจลงบทคัดย่อเพียงสถาบันละ 5หัวเรื่อง เราก็จะมีฐานข้อมูล 1000เรื่องแล้ว และสิ่งที่ทำให้เว็บนี้โตเร็วก็คือ ผมรู้ว่าควรจะทำอย่างไรให้ บทคัดย่อของคุณๆ ถูกค้นเจอจากการสืบค้นผ่านกูเกิ้ลในหน้าแรกได้อย่างไรนั่นเอง

สำหรับแนวคิดไอเดียนี้ ก็เคยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคิดจะทำเหมือนกัน แต่ยังไม่เป็นเรื่องเป็นราวเท่าไรนัก เนื่องจากการที่จะหาคนเข้ามาทำตรงนี้ถ้าไม่รักงานด้านนี้จริงๆ รับรองว่าเบื่อตาย ซึ่งจากที่ผมทำเว็บมาตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี ผมเชื่อว่าความบ้าในสายวิชาชีพนี้มีไม่น้อยไปกว่าใครๆแน่นอนครับ อยากทำเว็บให้สวย อัพเดตสม่ำเสมอและมีประโยชน์กับสังคมเพื่อการพึ่งพาแห่งนี้ด้วย

------------ เพิ่มบทคัดย่อที่นี่ ------------yes

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2010 เวลา 11:56 น.
 

คอมเมนต์ 

 
ถ้าอยากเอาบทคัดย่องานวิจัยของเราลงให้เพื่อนๆลองอ่าน เราต้องทำอย่างไงค่ะ
#1 Princess
เวลา07:57 วันที่ 15 -06 -2010 อ้างอิง
 
 
กดปุ่มสีเขียวๆนั่น แล้วจะมีหน้าแบบฟอร์มครับ (เพิ่งจะใส่ลิงค์วันนี้ ขอโทษครับ)
ใช้วิธีการตัดแปะข้อมูลลงในแบบฟอร์มลงไปเลย
#2 admin
เวลา12:16 วันที่ 15 -06 -2010 อ้างอิง
 
 
เอกสารงานวิจัยของต่างประเทศสามารถนำมานำเสนอได้หรือไม่คะ มีข้อจำกัดอะไรหรือเปล่า ขอบคุณค่ะ
#3 Napas
เวลา22:37 วันที่ 28 -06 -2010 อ้างอิง
 
 
มีส่วนสำคัญก็ตรง ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง บทคัดย่อ และคำสำคัญนะครับ แล้วก็อย่าลืมลงที่อยู่ติดต่อด้วย เผื่อว่ามีองค์กรห้างร้าน หรือมีคนสนใจงานดังกล่าว อยากเอาไปต่อยอดทางอุตสาหกรรมจะได้ติดต่อซื้อpaper หรือติดต่อผู้เขียนได้เลย

คือผลของการลงตรงนี้คนที่ได้เต็มๆคือ เจ้าของงานนะครับ
#4 admin
เวลา22:52 วันที่ 28 -06 -2010 อ้างอิง
 
 
ขอให้มีบทความเยอะๆนะครับ

รอดูอยู่
#5 setcho
เวลา23:05 วันที่ 01 -08 -2010 อ้างอิง
 
 
อยากทำวิจัยด้านอาหาร แต่ไม่รู้ทำเกี่ยวกับไรดี แนะนำหน่อยค่ะ
#6 BankJung
เวลา16:25 วันที่ 02 -12 -2010 อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

 
สงวนสิทธิ์บางประการ 2546-2554 thaifoodscience.com
คุณมีสิทธิ์ที่จะแบ่งปันเนื้อหาในเว็บ
คุณสามารถนำไปเรียบเรียงใหม่
โดยต้องอ้างอิงที่มา
และไม่ใช้เพื่อการค้า


 

สถิติสมาชิกที่ลงทะเบียน

สมาชิกล่าสุด : Gift_Ji
สมาชิกทั้งหมดของเรา : 2274
ลงทะเบียนสมัครวันนี้ : 2
ลงทะเบียนสมัครในเดือนนี้ : 15

จำนวนผู้เยี่ยมชมออนไลน์

เรามี 80 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์

แนะนำเว็บนี้ให้กับเพื่อน






6 + 5 =