| รูปแบบของระบบลำเลียงวัสดุขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหาร |
| เขียนโดย มณฑล สุกใส |
| วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 13:47 น. |
|
Roller conveyor
source http://www.mk-group.com/en/products-solutions/references/references-conveyor-technology.html
source http://www.shrijalaengineers.com/roller-conveyors.htm สายพานในรูปแบบนี้ไม่ต้องใช้พลังงานกลเลย ไม่ต้องมีมอเตอร์ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า ใช้แต่พลังงานคน โดยการดันบนลูกกลิ้งนั่นแหละ ส่วนใหญ่จะพบคอนเวเยอร์ลักษณะนี้ในส่วนของไลน์บรรจุ เอาไว้ดันกล่องหรือลังที่ผ่านการแพคพร้อมส่งขายแล้ว Belt conveyor
source http://www.automation-supplies.com/modular-plastic-belt-conveyors.html
source http://www.stainless-steel-conveyors-systems.co.uk/ ใช้ขนถ่ายวัสดุในแนวราบหรือเอียงไม่เกิน 20องศา การขนถ่ายทำได้สม่ำเสมอ ได้ปริมาณมาก ต่อเนื่อง ใช้พลังงานน้อย แต่เราต้องระวังเรื่องการเสื่อมสภาพของสายพานด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วตัว Belt จะออกมาให้ใช้ได้สองด้าน ดังนั้นถ้าใครเคยเข้าไปดูงาน, ทำงาน หรือ ฝึกงานในโรงงานไก่, อาหารทะเลแปรรูป เราก็จะเห็นเขากลับด้านของสายพานกันทุกๆ 2-3 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น
source http://www.bombayharbor.com/products/941/Pharmaceutic_Machinery.html ในโรงงานอาหารส่วนใหญ่เรามักจะพบตัวนี้เสมอ เพราะเช็ดล้างง่าย ในรูปเป็นสายพานสีดำ ซึ่งถ้าเป็นโรงงานบ้านเราส่วนใหญ่จะเป็นสีอ่อน เพื่อที่จะได้เห็นชัดว่ามันสกปรกตรงจุดไหน ผืนสายพานลำเลียงจะผลิตจากพอลิเมอร์ชนิดพิเศษที่มีความเหนียว แต่ข้อด้อยอย่างยิ่งของระบบนี้คือ ถ้ามันขาดเราต้องเปลี่ยนยกแผ่นเลย ซึ่งราคาก็ไม่ใช่ถูกๆเหมือนกันครับ Slat conveyor
source http://siwpl.tradeindia.com/Exporters_Suppliers/Exporter6907.102073/Slat-Conveyor.html
source http://www.lacconveyors.co.uk/GalleryCat.aspx?CatID=9 หน้าตาจะคล้ายๆ กับ Belt conveyer ในระบบนี้ตัวรองรับวัสดุจะทำมาจากสแตนเลสสตีลที่ทนทาน รองรับน้ำหนักได้มาก เช็ดล้างทำความสะอาดง่าย การซ๋อมบำรุงจะง่ายกว่าแบบ Belt conveyor ด้วย เพราะสามารถแก้ไขเปลี่ยนแผ่นที่เสียได้ทันที ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งชุด Chain conveyor, Flight conveyor
source http://www.conveymor.com/DragFlightconveyors.html
source http://www.cennec-th.com/DressingConv.html โรงงานที่ใช้สายพานลำเลียงแบบนี้แบบเห็นกันชัดๆคือ โรงงานฆ่าสัตว์ ที่จะใช้โซ่เดี่ยว ใช้สำหรับแขวนซากขึ้นกับรองที่มีโซ่เป็นตัวขับเคลื่อน หรือ ถ้าเป็นแบบ Flight ซึ่งใช้หลักการคล้ายกัน ใช้โซ่ขับเคลื่อนเหมือนกัน แต่จะมีระบบล็อครางด้วย ดูภาพก็ได้ครับน่าจะเห็นภาพกว่าให้ผมอธิบาย ระบบนี้สามารถใช้ได้ทั้งแนวราบและพื้นเอียงโดย จุดเด่นของสายพานแบบนี้คือ ถูก, ขนถ่ายได้ต่อเนื่อง ส่วนจุดด้อยคือ สึกหรอง่าย Screw conveyor
source http://tanjungalam.com/slowmovingparts.htm
source http://pacifictechnologies.tradeindia.com/Exporters_Suppliers/Exporter19738.330447/Inclined-Screw-Conveyor.html ระบบดันผ่านเกลียวเป็นการขนถ่ายในแนวราบ และเอียง ซึ่งกลไกภายในจะประกอบด้วยชุดแกนมอเตอร์ซึ่งจะหมุนเกลียวด้านใน วัสดุจะถูกดันออกมาตามลำดับ ระบบนี้มีข้อเสียตรงที่สึกหรอง่าย ใช้ขนถ่ายวัตถุดิบอาหารที่มีความข้นหนืดได้ดี หรือใช้ขนถ่ายวัตถุดิบพวกน้ำตาลทราย, ถั่ว ผมไม่แน่ใจว่าโรงงานไหนที่ใช้ตัวนี้กันเขาจะวิเคราะห์อันตรายในจุดนี้ด้วยหรือเปล่านะ เพราะเกลียวใช้ไปเรื่อยๆ มันก็แตกหรือบิ่นได้ ซึ่งก็จะมีโอกาสปนเปื้อนโลหะหนักได้เช่นเดียวกันครับ Bucket conveyor
source http://www.dynatechconveyors.com/bucket_elevator.htm
source http://www.usmachineries.com/index.php?main_page=index&cPath=1_59 เป็น conveyor ที่เอาไว้ขนถ่ายวัสดุในแนวดิ่ง ตรงที่ใส่วัสดุจะคล้ายๆกับบุ้งกี๋ ทำได้ทั้งขนจากชั้นบนลงมาชั้นล่างและชั้นล่างขึ้นชั้นบน
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 16:17 น. |
ขนาดใหญ่ในที่นี้ ภาษาอังกฤษคือ Bulk นะครับ เดี๋ยวโอกาสหน้าจะพูดถึงระบบที่ใช้ลำเลียงข้าวเปลือก, ข้าวสารอีกที โดยระบบสายพานลำเลียงเป็นระบบการขนถ่ายวัสดุ ที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร มีใช้กันทุกโรงงาน ดังนั้นจึงไม่แปลกเลย จะมีบริษัทขายระบบลำเลียงในบ้านเราเยอะมากตามไปด้วย ประโยชน์ของการใช้ระบบลำเลียงนั้น มันช่วยให้เกิดความรวดเร็ว, ผ่อนแรง, เข้าโปรแกรมคำนวณผลผลิตได้ง่าย, ประสิทธิภาพการผลิต, สะดวกในการทำงาน และยังเป็นส่วนหนึ่งกระบวนการผลิตระบบต่อเนื่อง เรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าแต่ละตัวนั้นหน้าตายังไงบ้าง













จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เด็กที่เรียนวิทย์อาหาร, เทคโนอาหารจะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องของระบบสายพานลำเลียง, ระบบ Conveyor มากเท่ากับเด็กวิศวกรรมอาหารนะครับ ก็เพราะสอนกันน้อยมากหรือไม่ได้สอนเลย พวกเด็กวิศวอาหาร เขาจะมีเรียนในเรื่องของการขนถ่ายวัสดุทางการเกษตรด้วย ผมก็เลยต้องเขียนสรุปให้อ่านกันเข้าใจง่ายๆนะครับ แล้วคงไม่ลงถึงการคำนวณ-ออกแบบ (หรืออาจจะมี request??) เอาเป็นว่ารู้จักเรื่องพวกนี้ติดหัวไว้สักหน่อย เผื่อว่าเวลาไปเจอเพื่อนสายวิศวะอาหารในโรงงานจะได้พูดกันรู้เรื่อง หรือเวลาคุยกับเซลล์จะได้พอมีความรู้เรื่อง คุยกันรู้เรื่องขึ้นด้วย








