| สมการการกระจายความร้อน |
| เขียนโดย มณฑล สุกใส | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2008 เวลา 04:03 น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
ในการวิเคราะห์การไหลของความร้อน เราจำเป็นต้องกำหนดปริมาตรควบคุม(Control volume) เพื่อสร้างขอบเขตของสมมติฐานในการศึกษาดังตัวอย่างในรูปที่ 1
รูปที่ 1 การสร้างปริมาตรควบคุม และแสดงทิศทางการไหลของความร้อน 3 มิติ(x,y,z) ขั้นตอนในการดีไรฟ์สมการอาศัยกฏข้อที่ 1 ของเทอร์โมไดนามิคส์ คือ Ein + Eg - Eout = Est รูปที่ 2 แผนภาพกฎทรงพลังงาน
จากการกำหนดปริมาตรควบคุม เราจะได้ว่าพลังงานเข้า (Ein)ทั้งสามมิติคือ qx , qyและ qz ดังนั้นจะได้ Einคือ
ส่วนพลังงานขาออก(Eout)เมื่อค่าqx , qyและ qz ผ่านระยะ dx, dy,dz จะอาศัยการกระจายด้วยอนุกรมของเทย์เลอร์ เราจะได้ค่า qx+dx , qy+dyและ qz+dz ดังนี้คือ
ดังนั้นพลังงานขาออกรวมของระบบ 3 มิติ คือ
ส่วนพลังงานก่อกำเนิดหรือ Eg ซึ่งเกิดเมื่อมีการส่งถ่ายพลังงานเข้าไปในระบบ แล้วปลดปล่อยพลังงานในรูปของพลังงานเคมี, พลังงานไฟฟ้า, พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และ พลังงานนิวเคลียร์ เป็นต้น สามารถแสดงในรูปสมการภายใต้ปริมาตรควบคุมที่ศึกษา 3 มิติได้ดังนี้
โดย จุดบน q หมายถึง พลังงานคิดต่อหน่วยปริมาตร ในเทอมสุดท้ายทางขวามือของกฏข้อที่ 1 ทางเทอร์โมไดนามิคส์ คือ พลังงานสะสมซึ่งเป็นการสะสมพลังงานในรูปทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พลังงานความร้อนสัมผัส ความร้อนแฝง พลังงานในรูปอื่นๆ เช่น พลังงานจลน์ พลังงานศักย์ รวมไปถึงพลังงานทางเคมี ได้แก่ พลังงานพันธะ เป็นต้น เขียนในรูปสมการได้ดังนี้
จากนั้นทำการรวมเอาสมการที่ 2, 6,7 และ 8 เข้าด้วยกันเราก็จะได้
ทีนี้ก็ใกล้กับสมการที่ 1 แล้ว จัดรูปเสียหน่อยโดยอาศัยกฏของฟูริเยร์ (Fourier's law) ซึ่งเราจะทำการแทนค่า q ด้วยเทอมอนุพันธ์ของอุณหภูมิ ซึ่งสภาพการนำความร้อนภายใต้ทิศ x,y และ z แสดงในสมการที่ 10 ถึง 12
จากสมการที่ 10,11,12 เราจะเห็นว่า ค่า k มีค่าคงที่ ซึ่งในความเ็ป็้นจริงแล้ว วัสดุอาจจะมีค่าการนำความร้อนไม่เท่ากันทั้งเนื้อทั้งก้อนก็ได้ โดยเราสามารถแสดงค่าการนำความร้อนของวัสดุก้อนหนึ่งๆ ในรูปเมตริกซ์ได้คือ
แต่ในที่นี้สมมติว่าวัสดุเป็นวัสดุที่มีค่า k คงที่ตลอด (Isotropic material)แทนค่าqx , qyและ qz ภายในเครื่องหมายเคิร์ล เราจะได้
ทำให้อยู่ในรูปง่ายจะได้
ทำการหารตลอดด้วย dx dy dz จะได้
จัดรูปสมการเสียใหม่ด้วยการเอา k หารตลอด
และแปลงสมการที่ 17 จะได้ค่าการกระจายความร้อนที่เป็นผลจากความหนาแน่น, ความจุความร้อน และค่าการนำความร้อน
ทีนี้ก็จัดรูปให้ง่ายเข้าก็จะได้ดั่งสมการที่ 1
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 04 พฤศจิกายน 2009 เวลา 13:59 น. |











คอมเมนต์
เวลา07:24 วันที่ 24 -09 -2009 อ้างอิง
ซึ่ง A, B, C, D เราเป็นคนกำหนดค่าขอบตรงนั้น
แต่ถ้ามันยากไป เราก็สามารถหาผลเฉลยด้วยวิธีระเบียบวิธีทางตัวเลข อยากรู้วิธีไหนลองคอมเมนต์มานะครับ ซึ่งแบบที่สองจำเป็นต้องเขียนโปรแกรมเพื่อช่วยหาผลเฉลย เพราะถ้าเป็นการแก้ปัญหาเพื่อการทำปัญหาพิเศษ ผมเชื่อว่าคงไม่ได้แก้สมการแค่ 3-4 ตัวแปรแน่ๆ
เวลา04:24 วันที่ 25 -09 -2009 อ้างอิง