| ส่วนประกอบต่างๆของรีทอร์ท |
| เขียนโดย มณฑล สุกใส |
| วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2009 เวลา 16:15 น. |
|
ในบทความนี้จะนำเสนอส่วนประกอบต่างๆของหม้อฆ่าเชื้อแบบกะ ที่ใช้กันมากมายในบ้านเรานะครับ ถ้าเราดูไลน์โดยรวมแล้ว เราจะเห็นว่ามีอินพุทป้อนเข้าคือ ไอน้ำ, น้ำเย็น และ ลม ซึ่งก็ไม่ยากที่จะทำความเข้าใจถึงหน้าที่ และองค์ประกอบต่างๆของหม้อฆ่าเชื้อ อ่านจบแล้วอย่าได้คิดท่องจำ ให้ทำความเข้าใจนะครับ แล้วน้องๆที่ยังงงๆ หรือเพิ่งจะรู้จักเจ้าหม้อมหาประลัยตัวนี้จะรู้ว่า ไอ้นี่ ไอ้นั่น ที่มาแปะตรงนี้ เขาแปะทำแมวอะไร มันมีที่มาและที่ไปของอุปกรณ์แต่ละนะจ๊ะ
ท่อไอน้ำเข้า (steam inlet)
ในการออกแบบท่อไอน้ำเข้า ซึ่งตัวกลางไอน้ำที่ใช้ คือไอน้ำอิ่มตัว เราจำเป็นต้องแน่ใจว่าพื้นที่หน้าตัดของท่อนั้นพอเพียงต่อการปล่อยให้ไอน้ำ เข้าได้เต็มที่หรือไม่ ไหลได้ต่อเนื่องไม่ติดขัดหรือเปล่า ช่วงที่มีการสิ้นเปลืองไอน้ำมากที่สุดคือ ช่วง
ทำหน้าที่เปิด-ปิด ควบคุมความดันไอน้ำให้คงที่ และควบคุมการไหลของไอน้ำให้สม่ำเสมอตลอดการฆ่าเชื้อ ควรใช้ gate valve หรือ globe valve เนื่องจากมีค่าเสียดทานน้อยกว่าแบบอื่นๆ ไอน้ำจะได้เข้าสู่หม้อฆ่าเชื้อได้มากเพียงพอต่อการทำงานทั้งกระบวนการให้ ความร้อน ซึ่งการเลือกใช้วาล์วทั้งสองชนิด ให้ดูตัวอย่างรูปที่ผมแปะมานะครับ ถ้าเป็น gate valve ไอน้ำจะไหลเข้าได้มาก เพราะระบบเปิดปิดจะเป็นแบบกลไกง่ายๆ ปิดขึ้นลงเท่านั้น ส่วนถ้าเป็น globe valve จะไหลเข้าได้ในอัตราน้อยกว่า แต่จะควบคุมอัตราการไหลได้ดีกว่า
มีหน้าที่ช่วยส่งไอน้ำเข้าสู่หม้อฆ่าเชื้อได้มากขึ้น โดยปกติแล้วในส่วนนี้จะใช้การควบคุมโดยมนุษย์ จะเปิดเฉพาะในช่วงไล่อากาศเท่านั้น ห้ามเปิดในขณะฆ่าเชื้อเพราะจะทำให้ความดันตก (เนื่องจากว่าเราจะปิด vent หลังจากที่ไล่อากาศออกหมดแล้วนั่นเองครับ) เพราะในระหว่างไล่อากาศ เราต้องการไอน้ำมาช่วยในการดันอากาศที่หลงเหลือภายในหม้อฆ่าเชื้อให้ออกไป ทาง bleeder และ venting ให้มากที่สุด ดังนั้นถ้าเผลอลืมปิดท่อบายพาส ระวังอุณหภูมิตัวกลาง(ไอน้ำ)จะไม่ถึงที่คำนวณไว้นะครับ
ท่อกระจายไอน้ำ (steam spreader) ท่อกระจายไอน้ำ จะเป็นท่อที่เจาะรู วางตัวตลอดแนวหม้อฆ่าเชื้อ จำนวนรูกระจายไอน้ำนั้นจะมีความสัมพันธ์กับพื้นที่หน้าตัดของท่อไอน้ำเข้า ซึ่งพื้นที่โดยรวมของรูกระจายไอน้ำนั้นจะต้องมากกว่าพื้นที่หน้าตัดของท่อไอ น้ำเข้า 1.5-2 เท่า เพื่อให้การส่งไอน้ำไม่ติดขัด ช่วงที่ใช้ไอน้ำมากที่สุดคือ ช่วงไล่อากาศ ในช่วงดังกล่าวนั้น เราจะทำการปล่อยมวลไอน้ำไหลเข้าเครื่องเป็นปริมาณมาก และแรงพอต่อการขจัดอากาศที่แอบๆตามมุมของหม้อฆ่าเชื้อด้วย
ลมที่สะอาด การฆ่าเชื้ออาหารบรรจุในภาชนะปิดสนิทในสภาวะความดันสูงนั้น จำเป็นต้องใช้ลมเพื่อช่วยปรับความดันในระหว่างการทำเย็น โดยทั่วไปในโรงงาน ปั๊มพ์ลมควรมีประสิทธิภาพดีพอ ลมที่ใช้ควรจะสะอาด, แห้ง, ผ่านระบบกรองอากาศ และผลิตลมได้ต่อเนื่องความดันคงที่
ในการฆ่าเชื้ออาหารภายในภาชนะบรรจุปิดสนิทนั้น การความดันความดันเป็นสิ่งจำเป็นต่อกระบวนการ อุณหภูมิจะสัมพันธ์กับความดันซึ่งเป็นไปตามกฏของก๊าซ ในกระบวนการผลิตอาหารกระป๋องต้องการอัดแรงดันเพื่อช่วยยกระดับอุณหภูมิใน ช่วง come-up และใช้ปรับความดันในตอนช่วงแรกของการทำเย็น เพื่อป้องกันกระป๋องบวมอีกด้วย
ท่อระบายน้ำทิ้ง (drain) เราจะเปิดท่อ drain ก็ต่อเมื่ออยู่ในช่วงของการทำเย็นนะครับ ให้เราเปิดหลังจากเปิดท่อน้ำเย็นสักพัก ดังนั้นหน้าที่สำคัญของรูระบายน้ำคือ จะต้องระบายน้ำได้มาก ไม่เช่นนั้นน้ำจะท่วมภายในหม้อ ทำให้ระบบติดขัด เพียงพอระบายน้ำหล่อเย็นออกจาก retort อย่างรวดเร็ว จึงควรใช้ gate valveเพราะมีค่า friction factor น้อย ท่อระบายน้ำควรจะมีการต่อท่อออกมาในแนวตั้ง แล้วมีระดับน้ำภายในให้เราเห็นด้วย
ก่อนจะเปิดท่อน้ำเย็น ให้เราเปิดลมเข้าหม้อฆ่าเชื้อก่อนสักพักนึงให้ความดันภายในหม้อสูงกว่าสัก 1psi แล้วจึงปิดท่อไอน้ำเข้า แล้วจึงปล่อยน้ำเย็นเข้า เพื่อควบคุมความดันและป้องกันมิให้ความดันตกอย่างรวดเร็วจนเป็นสาเหตุทำให้ กระป๋องบวม เนื่องจากอาหารขยายตัว สำหรับการติดตั้งท่อน้ำเย็นนั้นต้องระวังมิให้น้ำเย็นพุ่งไปโดนกระป๋องโดย ตรงซึ่งจะทำให้ กระป๋องส่วนนั้นบุบได้(อีก... ปัญหาเยอะจริงเว้ย) ส่วนตำแหน่งการติดตั้งท่อน้ำเย็นไม่มีข้อกำหนดตายตัว เพียงแต่ว่าควรจะวางตัวทอดยาวตลอดแนวความยาวของหม้อฆ่าเชื้อ และควรใช้ globe valve เนื่องจากควบคุมการไหลได้ละเอียดกว่า gate valve แต่จะใช้ gate valve ก็ได้ไม่มีปัญหาเช่นกัน การกำหนดจำนวนรูกระจายไอน้ำนั้นคล้ายกับท่อไอน้ำเข้า คือ พื้นที่โดยรวมของรูกระจายน้ำเย็นต้องไม่น้อยกว่าพื้นที่หน้าตัดของท่อน้ำ เย็น พอจะเข้าใจไหมครับ มากกว่าไม่เป็นไรแต่ถ้าพื้นที่การวางท่อกระจายน้ำเย็นจะต้องทอดตัวตลอดความ ยาวของหม้อฆ่าเชื้อ เพราะถ้ามวลน้ำเย็นมาถึงรูกระจายน้ำเย็นแล้วไม่สามารถออกไปได้จะเกิดแรงดัน สะสม ลองนึกภาพตอนที่เราเอานิ้วปิดสายยางไว้นะครับ แรงดันภายในท่อจะเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นหม้อฆ่าเชื้อใหญ่ๆ ส่งน้ำมาด้วยแรงดันสูงๆ ท่อน้ำเย็นอาจจะบิดตัวได้ ดังนั้นจำสูตรง่ายๆไว้นะครับ เราสามารถใช้common senseในการอธิบายได้
ที่รองรับตะกร้า (basket support หรือ crate support)
ในช่วงการสเปรย์น้ำเย็นนั้น ไม่ควรจะปล่อยให้น้ำเย็นกับตัวอาหารกระป๋องโดยตรง เนื่องจากความแรงของน้ำจะไปทำให้กระป๋องผิดรูป ซึ่งจะทำให้กระป๋องส่วนดังกล่าวกลายเป็นของเสียคัดทิ้ง (กระป๋องบุบ ผู้บริโภคที่ไหนใครจะซื้อ จริงไหมครับ) ทั้งๆที่อาจจะผ่านเกณฑ์การฆ่าเชื้อเหมือนกระป๋องอื่นๆในลอทเดียวกัน ดังนั้นยอมเสียน้อยดีกว่าเสียมากครับ ติดตั้งแผ่นกั้นน้ำเถอะเนอะ เพื่อลดความแรงของน้ำเย็นมิให้สัมผัสโดยตรงนะจ๊ะ
รูระบายไอน้ำ (bleeder)
เทอร์โมมิเตอร์ปรอท (mercury-in-glass thermometer) อุปกรณ์วัดอุณหภูมิประเภทดิจิตอลต่างๆ จะไม่นำมาใช้อ้างอิงในกระบวนการผลิตอาหารกระป๋อง เนื่องจากต้องการความเที่ยงตรง โดยที่ความยาวของตัวลำปรอทต้องไม่น้อยกว่า 7 นิ้ว ตัวแสดงสเกลหลักจะต้องอยู่ในช่วงอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 170-270oF สเกลย่อยมีความความละเอียด 1oF และจะต้องมีการสอบเทียบอย่างน้อยปีละครั้ง ติดตั้งในตำแหน่งที่อ่านได้ง่าย ในระดับสายตา
เกจความดัน (pressure gauge) เกจความดันแบบที่ใช้กันก็จะคือแบบโบราณ แกะข้างในมันจะเป็นรูปขดหอยนี่แหละครับ ขนาดของแบบหน้าปัทม์วงกลมจะต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 3 นิ้ว และภายในจะต้องระบุไล่สเกลตั้งแต่ 0-30 lb/in2 โดยที่ความละเอียดในสเกลรองจะต้องไม่เกิน 2 lb/in2 ต่อช่อง แล้วจะติดตั้งในตำแหน่งที่ผู้ควบคุมหม้อฆ่าเชื้อ มองเห็นได้ชัดเจน
นาฬิกา กับชอล์ก (clock and chalk)
ในการฆ่าเชื้ออาหาร พารามิเตอร์ที่สำคัญที่ใช้ในการควบคุมการฆ่าเชื้อ คือ เวลา ในส่วนของการผลิตในโรงงานหนึ่ง ไม่ควรจะติดนาฬิกาหลายตัวนักในบริเวณใกล้เคียงกัน เพื่อป้องกันมิให้ผู้ควบคุมหม้อฆ่าเชื้อสับสนว่า เริ่มกระบวนการโดยดูจากนาฬิกาตัวไหนกันแน่... และที่สำคัญนาฬิกาควรจะใช้นาฬิกาติดผนังที่มีตัวเรือนใหญ่หน่อย เพื่อที่จะสังเกต และอ่านง่าย ไอ้พวกนาฬิกาแฟชั่นไม่มีสเกลรองที่ละเอียดพอ ไม่ต้องเอามาติดนะครับ
วาล์วนิรภัย, ลิ้นนิรภัย (safety valve) ในบางครั้งถ้าเราไม่สามารถควบคุมความดันในระหว่างการฆ่าเชื้อไว้ได้จริงๆ จะอาจจะจำเป็นต้องระบายไอน้ำออกโดยไว เพื่อป้องกันหม้อฆ่าเชื้อระเบิดเนื่องจากความดันสูงเกินกว่าที่จะควบคุมได้ แล้ว ถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกละหุกจริงๆละก็ ทางออกคือให้ทำการดึงสลักวาล์วนิรภัยออก แล้วก็ตามด้วยปิดไอน้ำซะ ในส่วนของวาล์วนิรภัยจะติดตั้งในส่วนที่มือเอื้อมถึง เช่นส่วนบนของตัวหม้อฆ่าเชื้อ โดยไม่ติดตั้งในจุดที่สัมผัสโดนง่าย เพื่อป้องกันการพลาดพลั้งไปโดนโดยไม่ตั้งใจ
ท่อน้ำล้น (overflow) ใช้ระบายน้ำออกจากหม้อฆ่าเชื้อ Retort เวลาทำการหล่อเย็น โดยจะทำการต่อท่อออกมาจากท่อน้ำทิ้ง มีประโยชน์ในการป้องกันการเปลี่ยนความดันของน้ำอย่างรวดเร็วจนชั่วขณะ หรือเกิดปรากฏการณ์ค้อนน้ำ ซึ่งจะทำให้ท่อระบายน้ำแตกหักชำรุด และนอกจากนี้ยังมีไว้เพื่อตรวจสอบระดับความสูงของน้ำได้อีกด้วย
ท่อไล่อากาศ (vent)
กระบวนการฆ่าเชื้ออาหารนั้น ช่วงการไล่อากาศถือว่าเป็นช่วงที่มีผลต่อความสำเร็จสมบูรณ์ของกระบวนการฆ่า เชื้อค่อนข้างมาก เพราะถ้ายังมีอากาศหลงเหลืออยู่ภายในหม้อฆ่าเชื้อ นอกจากส่งผลทำให้อุณหภูมิภายในหม้อฆ่าเชื้อทำไม่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดแล้ว ยังจะส่งผลทำให้เกิดการฆ่าเชื้อไม่สมบูรณ์เกิดขึ้นด้วย และถ้าหากตรวจพบว่าลอทดังกล่าวมีปัญหา จะยังผลให้ต้องมีการ hold สินค้าในรอบที่ผลิตนั้นไว้ก่อน เพื่อทำการตรวจยืนยันผลอีกรอบ ก่อนจะทำการจัดการยังไงก็ว่าไป(ขายลดเกรด, ลดราคา เอาไปทำอาหารสัตว์ แต่ของโรงงานจะไม่มีทิ้งครับ) ดังนั้นถ้ายังพบว่ามีอากาศเหลืออยู่ อุณหภูมิหม้อฆ่าเชื้อจะไม่ถึงตามที่กำหนดแน่นอนครับ เช่นถ้าเรากำหนดให้ฆ่าเชื้อที่ความดัน 15
วาล์วลดความดัน (pressure relief valve)
ในการทำเย็นนั้น เมื่อสเปรย์น้ำพร้อมกับลมไปสักพัก ความดันภายในหม้อฆ่าเชื้อจะเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันกระป๋องบวมในระยะแรกของการ ทำเย็น แต่ทีนี้พอทำเย็นไปเรื่อยๆแล้ว จะเปิดฝาหม้อฆ่าเชื้อออกมาทันทีไม่ได้นะครับ เราจะต้องค่อยๆทำการปรับความดันจะต้องค่อยๆปรับเพิ่มลด เมื่อในหม้อฆ่าเชื้อมีอุณหภูมิลดลงเรื่อยๆ เราก็ต้องเปิดวาล์วลดความดัน เพื่อทำการปรับลดให้มีความดันเทียบเท่าความดันบรรยากาศ แต่จงจำไว้ให้ดีครับว่า มือกับตาต้องคอยดูเกจความดัน และเทอร์โมมิเตอร์ปรอทไปด้วยกัน อย่าลดความดันแบบฮวบฮาบ เดี๋ยวไม่งั้น พอเปิดมาเจอความดันบรรยากาศกระป๋องจะบวม หรือไม่อยู่ในรูปทรงปกตินะเออ |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 05 เมษายน 2010 เวลา 13:27 น. |
ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณรูปภาพ และเนื้อหาจากแฟนๆที่ติดตามเว็บของผมนะครับ ที่อนุเคราะห์เอกสารประกอบการเขียนบทความนี้ ซึ่งตอนแรกผมต้องการแค่รูปภาพชัดๆ ประกอบบทความเท่านั้น แต่กลับได้มากเกินกว่าที่คาดคิดไว้ ยังไงก็ขอขอบคุณสมาชิก และผู้อ่านหลายๆท่านที่ได้ส่งมานะครับ แต่ก็ขออภัยที่เปิดเมลล์ช้าเป็นเดือนๆ
(พอ ดีลืมพาสอีเมลตัวเองครับ เพิ่งจะมากู้กลับเมื่อไม่นานมานี้...) เอาละมาเริ่มเลยดีกว่านะ อย่างที่เรารู้จักกันว่า เจ้า


ภาพแสดงการไหลภายใน gate valve
ภาพแสดงการไหลภายใน globe valve
เป็น ส่วนสำหรับรองรับตระกร้า หรือ crate ที่บรรจุอาหารกระป๋อง จะต้องมีความแข็งแรงทนทาน สามารถรับน้ำหนัก ทนต่อการกระแทก ไม่บิดเบี้ยวง่าย สำหรับหม้อฆ่าเชื้อแบบวางตั้ง แผ่นโลหะแข็งแรงพอที่จะรองรับน้ำหนักทั้งหมด และ หม้อฆ่าเชื้อแบบวางนอน รางจะต้องมีขนาดพอดีกับความกว้าง เพื่อสะดวกต่อการเลื่อนเข้าออก
ใน ระหว่างกระบวนการผลิต เราจะเริ่มเปิด bleeder ตั้งแต่ช่วงเริ่มของการไล่อากาศ ผ่านช่วงยกระดับอุณหภูมิของหม้อฆ่าเชื้อ (come-up time) เลยมาถึงช่วงนับกระบวนการฆ่าเชื้อ(process time) และตลอดการทำเย็น โดยเป้าหมายหลักๆของการเปิด bleeder ก็เพื่อให้ ไอน้ำภายในหม้อฆ่าเชื้อเกิดการหมุนเวียน ไอน้ำส่วนที่ผ่านการแลกเปลี่ยนความร้อนไป ก็จะลอยตัวขึ้นแล้วไปออกทางรู bleeder ทำให้การไหลเวียนเกิดขึ้นตลอดเวลา ถามว่าถ้าเราไม่เปิด bleeder จะเกิดอะไรขึ้น ข้อแรกคือไอน้ำจะเกิดการควบแน่นภายในหม้อฆ่าเชื้อครับ ทำให้เกิดฉนวนความร้อน ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความร้อนลดลง ข้อที่สองคือ ความดันในหม้อฆ่าเชื้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่มีรูระบายออก ซึ่งค่อนข้างอันตรายมากๆ แต่ผมคิดว่าคงไม่มีใครลืมเปิด bleeder หรอกมั้ง สำหรับวาล์วที่ใช้กับ bleeder สามารถใช้ gate valve, petcock valve ได้ ส่วนจะดูว่าอันไหนรู vent อันไหนรู bleeder แยกออกไม่ยากครับ รูของ bleeder นั้นปกติจะรูเล็กกว่า venting มาก ปกติโดยทั่วไปจะเจาะให้มีขนาด 1/4นิ้ว










คอมเมนต์
เวลา11:43 วันที่ 14 -09 -2009 อ้างอิง
ทางเดินของไอน้ำ
1 รูปแบบการเดินท่อไอน้ำ รูปแบบการเดินทางตัวผลิตภัณฑ์
2 ชนิดของ boilers, จำนวน และประสิทธิภาพ
3 เชคความดันไอน้ำที่ตัว boiler
4 เชคความดันไอน้ำที่ตัวรีทอร์ทและท่อ ดูความดันคร่อมจุด
5 ไอน้ำแรงตกหรือไ่ม่ เมื่อปล่อยพร้อมเข้ารีทอร์ทพร้อมกันหลายตัว
แล้วก็ค่อยมาเช็คที่ตัวรีทอร์ทต่อ
6 ดูภายนอกก่อนชนิดรีทอร์ท, จำนวน, โดยเราเทียบตามมาตรฐาน 21CFR part113 และ SN0400.5 เลยครับ
7 สอบว่ามีการคาลิเบรทเทอร์โมมิเตอร์, เกจวัดความดัน, time recorder บ้างไหม
8 สอบการกระจายความร้อนในตัวหม้อ
9 เช็คข้อต่อ วา์ล์ว รูระบายต่างๆ ถ้าพบอะไรก็ีรีบแจ้ง
นึกอะไรได้จะเข้ามาต่อเรื่อยๆนะครับ
เวลา15:44 วันที่ 14 -09 -2009 อ้างอิง
เวลา18:55 วันที่ 22 -11 -2009 อ้างอิง
- Still Retort
- Rotary Retort
- continuous Retort
- Water Spray Retort
เเละหลักการทำงานเเละใช้งานของรีทอร์ทเเต่ละเเบบ
เป็น Flow Chart ด้วยยิ่งดีคับ
ช่วยผมหน่อยนะคับ ถ้ามีขอบคุณล่วงหน้านะคับ
เวลา10:09 วันที่ 20 -12 -2009 อ้างอิง
หัวหน้าแมวเขียนไว้แล้วครับ การจำแนกประเภทของรีทอร์ท
เวลา11:16 วันที่ 20 -12 -2009 อ้างอิง
- Still Retort
- Rotary Retort
- continuous Retort
- Water Spray Retort
เเละหลักการทำงานเเละใช้งานของรีทอร์ทเเต่ละเเบบ
เป็น Flow Chart ด้วยยิ่งดีคับ
ได้โปรดดดดดดดดดด
เวลา21:45 วันที่ 22 -12 -2009 อ้างอิง
นอกจากที่แนะนำไปเบื้องต้นแล้ว ได้อ่านตรงนี้หรือยังครับ
อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนในอุตสาหกรรมอาหาร
เวลา23:13 วันที่ 22 -12 -2009 อ้างอิง
ตอนนี้หนูมีเรียนเรื่อง นี้พอดี อ่านเพิ่มเติมพร้อมกับดูในแลบ เข้าใจขึ้นเยอะเลยคะ
เวลา00:33 วันที่ 11 -02 -2010 อ้างอิง
เวลา20:00 วันที่ 02 -04 -2010 อ้างอิง
เวลา13:35 วันที่ 05 -04 -2010 อ้างอิง