| หลักการถ่ายเทมวลสารเบื้องต้น |
| เขียนโดย มณฑล สุกใส | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2008 เวลา 06:25 น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
กระบวนการถ่ายโอนมวลสารจึงมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ความเข้าใจเรื่องกระบวนการถ่ายโอนมวลสารจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ตัวอย่างของการศึกษาการถ่ายโอนมวลสาร ได้แก่ การศึกษาการกระจายตัวของหยดหมึกในน้ำ ตอนแรกนั้นน้ำหมึกจะมีความเข้มข้นมาก จะเห็นว่าสีหมึกจะค่อยๆแพร่กระจายที่ละช้าๆ จนในที่สุดความเข้มข้นของน้ำหมึกเป็นศูนย์ ในกรณีที่มีน้ำมากพอ เช่นเดียวกับการศึกษาในเรื่องการถ่ายโอนความร้อน กลไกสำคัญที่ทำให้เกิดการถ่ายโอนความร้อนก็คือ ความแตกต่างของอุณหภูมิ ส่วนในกระบวนการถ่ายโอนมวลสารนั้น ความแตกต่างของค่าความเข้มข้นของระบบเป็นกลไกสำคัญ อันเรียกได้ว่าเป็นแรงขับเคลื่อนของกระบวนการ โดยทั่วไปการถ่ายโอนมวลสารจะเกิดจากความเข้มข้นมากไปยังความเข้มข้นต่ำกว่า กระบวนการแพร่ในการศึกษาการถ่ายโอนมวลสารนั้นจะอาศัยกฏของฟิคส์ ที่กล่าวว่า อัตราการแพร่ต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ (Mass flux) ขององค์ประกอบหนึ่งเป็นสัดส่วนกับความแตกต่างของความเข้มข้น ดังนั้นสำหรับองค์ประกอบA ในสภาวะคงตัว (
เมื่อ
การแพร่ของแก๊สสองชนิดสวนทางกัน(Equimolar counter diffusion)
รูปที่ 1 สภาวะก่อนการแพร่ภายในระบบปิด
รูปที่ 2 การแพร่ของแก๊ส B และE
เมื่อพิจารณาระบบซึ่งประกอบด้วยแก๊สอุดมคติ B และE แพร่กระจายเข้าหากัน ความดันของแก๊สย่อย ณ ตำแหน่งใดๆในระบบ กำหนดด้วยสัญลักษณ์ PB และ PEซึ่งถือว่าค่าความดันรวมมีค่าคงที่
โดยที่
เนื่องจาก rB คือ ความเข้มข้นโดยมวล เช่นเดียวกับ C ดังนั้นเมื่อแทนค่าสมการที่ 3ลงในสมการที่ 1จะได้
จะได้สมการแสดงฟลักซ์ของการแพร่จากแก๊ส Bในแก๊ส E
เมื่อ DBE คือ สัมประสิทธิ์การแพร่ของแก๊ส B ไป E และจะได้สมการแสดงฟลักซ์การแพร่ของแก๊ส B ในแก๊ส Eคือ
สำหรับการแพร่กระจายสวนกัน แก๊สทั้งสองชนิดจะต้องมีโมเลกุลเท่ากัน ดังนั้นจะได้
ในที่นี้เครื่องหมาย ลบ เป็นการแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของแก๊ส
จะได้ว่า
ทำการอินทิเกรตสมการที่ 5) จะได้
โดยที่
จากสมการที่ 1เราสามารถทำการอินกรัลตามลำดับจะได้สมการที่แสดงความสัมพันธ์การแพร่ผ่านในหนึ่งมิติ เทียบกับค่าความเข้มข้นที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปตามระยะทาง นอกจากนั้นในกรณีการแพร่ของแก๊ส A ผ่านวัตถุทรงกระบอกสามารถดัดแปลงสมการได้เป็น
ในสมการที่ 9สามารถเขียนให้อยู่ในเทอมของโมลาร์ฟลักซ์ (Molar flux) ได้ดังนี้
โดยที่
ตัวอย่างที่ 1
At a point in an
วิธีทำ ใช้ตัวห้อย b และ t แทน benzene และ toluene ตามลำดับ
รูปที่ 3 สภาวะการแพร่ของตัวอย่างที่ 1
เมื่อไม่พิจารณาการสูญเสียความร้อนของระบบ จะได้ว่า Nt = Nb
ที่ phase1 ความดันย่อยของ toluene หาได้จาก Raoult's law ดังนี้
ดังนั้นการแพร่ของ toluene
นี่คืออัตราการแพร่ของ toluene จากสถานะไอไปยังสถานะของเหลว ส่วน benzene จะแพร่จากของเหลวไปเป็นไอในทิศทางเดียวกัน
การแพร่กระจายของแก๊สเข้าชั้นหนา(Diffusion through a stagnant layer)
เป็นลักษณะการแพร่กระจายของแก๊สหนึ่งเข้าไปยังอีกแก๊สหนึ่งซึ่งไม่ได้แพร่กระจายด้วย พิจารณาแก๊สผสม aและb
แก๊ส aแพร่กระจายเข้าสู่แก๊สb ด้วยแรงขับดัน(Pa1 - Pa2) ในขณะที่แก๊สb ไม่ได้แพร่กระจายร่วมด้วย เราสามารถหาอัตราการแพร่ของแก๊ส aจาก
เมื่อ
ส่วน Pbm สามารถหาได้จาก
ตัวอย่างที่ 2
A large of benzene 1mm deep lies at the bottom of an open tank 5mm in-diameter. The tank temperature is 295K and the diffusivity of benzene in air is 8.0x10-6m2/s at this temperature. If the vapor pressure of benzene in the tank is 13.3kN/m2 and diffusion may be assume to take place through a stagnant air film 3mm thick, how long will take for the benzene to evaporate? The density of benzene is 880kg/m3
วิธีทำ
รูปที่ 4 สภาวะการแพร่ตามตัวอย่างที่ 2
ในที่นี้ให้
และค่า Pbm สามารถหาได้จาก
จะได้
ถังมีพื้นที่หน้าตัดเป็นรูปวงกลมจะได้
Molecular diffusion in Liquid, Solids
สมการที่ใช้ในการหาโมลาร์ฟลักซ์การแพร่ผ่านชั้นของแข็งคือ
เมื่อ CA1 และ CA2 คือความเข้มข้นขององค์ประกอบ A
ตัวอย่างที่ 3
Hydrogen gas is maintained at 3barr and 1barr on the opposite side of a plastic membrane which is 0.3mm-thick, the temperature is 25oC a and the binary diffusion coefficient of hydrogen is the plastic is 8.7x10-8m2/s.The solubility of hydrpgen in the membrane is 1.5x10-3kmol/m3 barr. What is the diffusion flux of hydrogen through the membrane.
วิธีทำ
รูปที่ 5 สภาวะการแพร่ตามตัวอย่างที่ 3
The surface molar concentration of hydrogen may be obtained from
CA1 = (1.5x10-3kmol/m3 bar) (3bar) = 4.5x10-3kmol/m3
CA2 = (1.5x10-3kmol/m3 bar) (1bar) = 1.5x10-3kmol/m3
Hence
N A = 8.7 x 10 -7 kmol / m2s
On a mass basis
ตารางที่ 1 สัมประสิทธิ์การแพร่ของแก๊สต่างๆ ผ่านน้ำที่อุณหภูมิ 20oC
ตารางที่ 2 สัมประสิทธิ์การแพร่ของแก๊สบางชนิดและไอน้ำในชั้นอากาศ ภายใต้สภาวะมาตรฐาน
การแพร่ของแก๊สผ่านชั้นของแข็งแบบพาภายใต้สภาวะคงตัว
ในการขนถ่ายองค์ประกอบต่างๆ โดยการพาจะขึ้นอยู่กับปริมาณความเข้มข้นที่ระดับต่างๆของการขนถ่าย แมสฟลักซ์จะมีค่าสูงกว่าการแพร่แบบ Molecular diffusion การแพร่ในลักษณะนี้จะปรากฏกับของเหลวและแก๊ส และไม่พบในโครงร่างของของแข็ง ความสามารถในการแพร่ของโมเลกุลและการถ่ายเทมวลสารแบบพานี้ขึ้นกับพารามิเตอร์หลายตัวของของเหลวและแก๊ส
ค่าสัมประสิทธิ์ในการแพร่ของการพา km เป็นอัตราส่วนระหว่าง มวลสารที่ถ่ายเทไปคิดต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ และความแตกต่างของปริมาณความเข้มข้น ดังแสดงในสมการที่ 15
เมื่อ
หน่วยของ km คือ m/s ค่าสัมประสิทธิ์นี้แสดงถึงปริมาตร(m3)ขององค์ประกอบ B ที่ผ่านพื้นที่ 1ตารางเมตรในเวลา 1วินาที
อาศัยความสัมพันธ์ในสมการที่ 3 จะได้สมการใหม่ที่ได้จากการแทนลงในสมการที่ 15 เป็น
ในสมการดังกล่าวเป็นการประมาณค่าแมสฟลักซ์คิดต่อความดันไอภายในขอบเขตของการถ่ายโอนมวลสาร เมื่อนำสมการที่ 16 มาประยุกต์ใช้กับไอน้ำจะได้สมการที่ 17 ซึ่งมีประโยชน์ในการศึกษาการถ่ายโอนไอน้ำในอากาศ
ในการหาค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายโอนมวลสารแบบพาสามารถใช้การวิเคราะห์ด้วยวิธี Dimensional analysis คล้ายๆกับการหาค่า h ของการถ่ายโอนความร้อนแบบพา ซึ่งมีพารามิเตอร์ไร้หน่วยที่สำคัญหลายตัวที่ใช้ในการวิเคราะห์การถ่ายโอนมวลสาร
รูปที่ 6 ลักษณะของบาวดารีเลเยอร์ที่เกิดบนแผ่นเรียบ
จากการถ่ายโอนมวลสาร และการแพร่ของโมเลกุลอันเกิดภายใต้สภาวะบังคับ ตัวแปรที่สำคัญในการวิเคราะห์ประกอบไปด้วย ค่าสัมประสิทธิ์การแพร่จากองค์ประกอบ AไปยังB (DAB), ความเร็วของไหล(v), ความหนาแน่นของมวล(r), ความหนืดของมวล(m), เส้นผ่านศูนย์กลางที่ของไหลไหลผ่าน(dc) และค่าสัมประสิทธิ์ในการแพร่ของการพา(km) ส่วนการแพร่โดยธรรมชาตินั้นจะมีตัวแปรอื่นๆเพิ่มเติม ประกอบด้วย ความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก(g) และผลต่างของความหนาแน่นเชิงมวล(
เมื่อพิจารณาการไหลของของไหลเหนือแผ่นเรียบดังรูปที่ 6 เราสามารถแสดงสมการเชิงอนุพันธ์สำหรับโมเมนตัม, พลังงาน และความเข้มข้นได้ดังนี้
ี้ในสมการที่ 24, CA แสดงค่าความเข้มข้นขององค์ประกอบ Aภายในชั้นบาวดารี
รูปที่ 7ลักษณะบาวดารีของความร้อน ความเข้มข้น และความเร็วที่ผิวหน้า
จาก
ดังนั้น Prandtl numbers จึงนำมาใช้หาความเชื่อมโยงกันระหว่างความเร็วและอุณหภูมิ จากสมการที่ 22และ 24ถ้า
เมื่อโปรไฟล์ทางความเร็วและความเข้มข้นมีลักษณะคล้ายกัน จะได้อัตราส่วนดังนี้
โปรไฟล์ของความเข้มข้นและอุณหภูมิจะมีลักษณะเดียวกันถ้า
จะได้อัตราส่วนความสัมพันธ์
จากความสัมพันธ์ทั้งหมดนี้ จากการวิเคราะห์มิติจะได้ความสัมพันธ์ดังนี้
เมื่อเราเปรียบเทียบความสัมพันธ์ในการถ่ายโอนมวลสาร กับการถ่ายโอนความร้อน จะพบความคล้ายคลึงกัน(analogies) โดยใช้การวิเคราะห์มิติสร้างสมการในการคำนวณออกมา ลักษณะโปรไฟล์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น ความเร็ว, อุณหภูมิ และความเข้มข้น เราสามารถสร้างสมการโดยอาศัยรูปแบบเดิม โดยที่จากเดิมที่เรารู้จักกับคำว่า Nusselt และ Prantdl numbers ซึ่งใช้ในเรื่องการถ่ายโอนความร้อน แต่ในเรื่องของการถ่ายโอนมวลสารใช้ Sherwood และSchmidt numbers แทน ดังนั้นจะได้ความสัมพันธ์ดังนี้คือ
ต่อจากนี้จะทำการพิจารณาเลขที่สอดคล้องกับรูปแบบสมการที่ใช้ในการประเมินค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายโอนมวลสารแบบพา โดยอาศัยสมมติฐานดังต่อไปนี้
การไหลแบบลามินาร์ผ่านแผ่นเรียบ
สมการที่ใช้ในการหาค่าkm สำหรับกลุ่มตัวแปรไร้มิติที่มีลักษณะการไหลแบบลามินาร์ (Re<5x105) ผ่านแผ่นเรียบคือ
ในสมการที่ 33 นี้ใช้หาค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายโอนมวลสารแบบพาจาก Shx ซี่งใช้ในสภาวะเฉพาะ ดังนั้นShx ก็คือSh เหมือนเดิมนั่นเอง
การไหลแบบเทอร์บิวเลนต์ผ่านแผ่นเรียบ
สมการที่ใช้ในการหาค่าkm สำหรับกลุ่มตัวแปรไร้มิติที่มีลักษณะการไหลแบบเทอร์บิวเลนต์ (Re>5x105) ผ่านแผ่นเรียบคือ
เมื่อ 0.6 < Sc < 3000
สำหรับสมการที่ใช้พิจารณาค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายโอนมวลสารแบบพาโดยเฉลี่ย ที่ไหลในลักษณะเทอร์บิวเลนต์ คือ
การไหลแบบลามินาร์ในท่อ
สมการที่ใช้ในการหาค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายโอนมวลสารแบบพาภายในท่อ ที่ไหลแบบลามินาร์ (Re<10,000)
เมื่อ dc คือเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ
การไหลแบบเทอร์บิวเลนต์ในท่อ
สมการที่ใช้ในการหาค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายโอนมวลสารแบบพาภายในท่อ ที่ไหลแบบเทอร์บิวเลนต์ (Re>10,000)
เมื่อ dc คือเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ
การถ่ายโอนมวลสารที่ไหลผ่านวัตถุทรงกลม
สมการที่ใช้ในการหาค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายโอนมวลสารผ่านวัตถุทรงกลมมีลักษณะคล้ายกับสมการที่ใช้หาค่าสัมประสิทธิ์การพา ดังนี้
ส่วนสมการสำหรับการถ่ายโอนมวลสารที่ใช้ในกรณีหยดของเหลวตกลงอย่างอิสระ แนะนำให้ใช้สมการต่อไปนี้
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 04 พฤศจิกายน 2009 เวลา 14:12 น. | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||



















คอมเมนต์
เวลา00:36 วันที่ 28 -10 -2009 อ้างอิง