แนวทางการเลือกใช้โลหะในส่วนที่สัมผัสกับอาหาร ให้สอดคล้องกับหลักสุขาภิบาลอาหาร
เขียนโดย มณฑล สุกใส   
วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฏาคม 2010 เวลา 00:00 น.

แนวทางการเลือกใช้โลหะกับส่วนที่สัมผัสกับอาหาร ให้สอดคล้องกับหลักสุขาภิบาลอาหารในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร บรรดาอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่เอาไว้ประกอบการทำงาน ล้วนที่จะต้องไม่เพิ่มความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการปนเปื้อนกับวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปแล้ว การเลือกใช้โลหะที่เหมาะสมกับชนิดของงาน และราคาที่พอเหมาะ ก็จะช่วยทำให้ลดความเสี่ยงที่จะมีการปนเปื้อน และยังจะทำให้ผลิตภัณฑ์มีีความปลอดภัยต่อการบริโภคอีกด้วย ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว คนส่วนใหญ่จะรู้จักแต่เหล็กปลอดสนิม(Stainess steel)กัน แต่แท้ที่จริงแล้วมีโลหะอย่างอืนด้วยที่นักฟู้ดควรจะรู้จัก และทราบถึงคุณสมบัติพื้นฐาน และข้อกำหนดการใช้งานต่างๆ มาในบทความนี้ ที่ผมเขียนขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว ก็จะนำเสนอในแบบสั้นกระทัดรัดตามแบบฉบับของผมเช่นเดิมครับ

ในที่นี้ผมจะจำแนกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆด้วยกันนะครับ ได้แก่ กลุ่มที่สัมผัสกับอาหารโดยตรง เช่น สายพาน, หม้อต้ม, ภาชนะ, ท่อขนส่งอาหารเหลว เป็นต้น และ กลุ่มที่ไม่ได้สัมผัสกับอาหารโดยตรง เช่น ขอบประตู, ราวบันได เป็นต้น โดยในส่วนของจุดที่สัมผัสกับอาหาร หรือตัวกลางอื่นใดที่จะไปสัมผัสกับอาหารโดยตรงนั้น หลักเกณฑ์ในการเลือกสรรโลหะที่ใช้ในการขึ้นรูปก็ควรที่จะมีพื้นผิวเรียบ ไม่มีรูพรุน ไม่กักเก็บฝุ่นผง, ทึบแสงเพื่อป้องกันมิให้แสงไปทำปฏิกิริยากับองค์ประกอบอาหารที่ไวต่อแสง, ไม่ดูดซับกลิ่น, ไม่แตกหักง่าย, ไม่ทำปฏิกิริยากับตัวอาหาร, ไม่ก่อสารพิษ, เช็ดล้างทำความสะอาดง่าย ทนทาน ทนมือทนเท้าของพนักงาน และถอดไปซ่อมบำรุงได้โดยสะดวก

ประเภทของโลหะชนิดต่างๆ

เหล็กกล้าปลอดสนิม (Stainless steel)

เพลทที่ทำจากเหล็กกล้าปลอดสนิม

เหล็กกล้าปลอดสนิมเป็นโลหะชนิดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดี และขึ้นใช้กับอาหารได้หลากหลายประเภท สำหรับเบอร์ของเหล็กกล้าปลอดสนิมที่มีใช้กันในอุตสาหกรรมอาหาร ตัวที่เราคุ้นหูกันดี ก็ยกตัวอย่างเช่น 300, 304, 321, 430, 446, 410 โดยแต่ละเบอร์ก็จะมีความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบโลหะที่เป็นส่วนผสมที่นอกเหนือไปจากเหล็ก และโครเีมียมตามตารางด้านล่าง

เบอร์ ส่วนประกอบอื่นนอกเหนือไปจากเหล็ก %โดยมวล การใช้งาน
301 Cr 17, Ni 7 งานโครงสร้างรับน้ำหนัก
304 Cr 18, Ni 10 ท่อน้ำนม, Balance tank
304L Cr 18, Ni 9, C 0.003 ถังผสม, ถังผสมสารเคมี
321 Cr 18, Ti 10 ถังทนแรงดัน, ถังกวน, ถังผสม
410 Cr 12.5, C 0.15 วาล์ว, ท่อ, ปั๊มพ์ชาฟท์
430 Cr 17, C 0.012 แบร์ริง, วาล์ว
446 Cr 25, C 0.20 อุปกรณ์ทนแรงดัน, ส่วนที่ต้องใช้อุณหภูมิสูง

สาเหตุที่เหล็กกล้าปลอดสนิมได้นั้น เกิดจากการที่โลหะโครเมียมในรูปออกไซด์ไปเคลือบชั้นเนื้อเหล็ก ทำให้สนิมไม่ขึ้น ปกติแล้วถ้าเรามองดูส่วนผสมของเหล็กกล้าปลอดสนิมที่มี ก็สามารถที่จะเดาความแข็ง และราคาได้บ้างนะครับ เช่น ในเบอร์ที่มี %ของโครเมียมมากก็จะเกิดรอยขีดข่วนง่ายกว่ามากกว่าเบอร์ที่มี %โครเมียมน้อย แต่อย่างไรก็ตามลักษณะการกร่อนของเหล็กกล้าปลอดสนิม เช่น 3xx กับ 43x ก็จะไม่เหมือนกันด้วย เนื่องจากวิธีการหล่อ และองค์ประกอบ ซึ่งผมจะไม่อธิบายลึกมากนักในที่นี้

 

ไทเทเนียม (Titanium)

แผ่นไทเทเนียม

ไทเทเนี่ยมที่ไม่ใช่ชื่อวงดนตรีนี้ เป็นโลหะที่มีความทนทานเป็นเลิศ และทนต่อการกัดกร่อนจากบรรดากรด รวมไปถึงสภาวะออกซิไดส์รุนแรงได้อย่างดี แต่อย่างไรก็ตามนะครับ มีการใช้โลหะไทเทเนียมเป็นองค์ประกอบของอุปกรณ์แปรรูปในกลุ่มที่มีความเป็นกรดสูง (หรือpHต่ำ) และรวมไปถึงอาหารที่มีความเข้นของเกลือสูงๆ เช่น น้ำส้ม, และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะเขือเทศ แต่ข้อเสียที่เป็นประเด็นสำคัญคือ ไทเทเนียมมีราคาสูงมากๆ

วัสดุ มอดูลัสยืดหยุ่น (GPa) มอดูลัสของแรงเฉือน (GPa)
ทองแดง 110 41.4
เหล็กกล้า 200 75.8
สแตนเลสสตีล 193 65.6
อะลูมิเนียม 70 26
ไทเทเนียม 117 44.8
แพลตตินัม 168 61
เหล็กหล่อ 165 -
ยางธรรมชาติ 0.01 - 0.1 0.0003
เพชร 1,050 - 1,200 -

 

สำหรับวัสดุใดๆที่มีมอดูลัสยืดหยุ่น(Modulus of elasticity หรือจะเรียกว่า Young's modulus ก็ได้) รวมไปถึงมอดูลัสของแรงเฉือน (Shear modulus) ซึ่งในตำราทั่วไปจะใช้ตัวย่อว่า G อันเป็นอัตราส่วนของ shear stress ต่อ shear rate ค่าทั้งสองตัวนี้ยิ่งสูงก็จะยิ่งมีความแข็ง ไม่หักงอโดยง่ายโดยค่า Modulas of elasticity จะใช้กับการทำให้วัสดุเปลี่ยนรูปเช่น การยืดออกไปตรงๆ ส่วนมอดูลัสของแรงเฉือนจะใช้กับการกดออกแรงกับตัววัสดุุในแนวใดแนวหนึ่ง โดยสองตัวล่างสุดอย่างยางธรรมชาติ กับเพชรนั้น ผมแปะไว้ให้ผู้อ่านจะได้นึกภาพออกว่าโลหะแต่ละอย่าง ที่มีการนำไปใช้ในการขึ้นรูปอุปกรณ์ในโรงงานนั้นมีความแข็งมากน้อยเพียงไร

 

แพลตตินั่ม (Platinum)

โลหะชนิดนี้มีความทนทานต่อทานต่อสภาวะการกัดกร่อนจากความเข้มข้นเกลือเป็นเลิศ ทนทานกว่าไทเทเนียมเสียอีกนะครับ แต่โลหะชนิดนี้หายากและมีราคาสูง

 

ทองคำ (Gold)

โลหะที่มีราคาแพงมากชนิดนี้ ถึงจะไม่ได้นำไปใช้ในการขึ้นรูปอุปกรณ์โดยตรง เพราะปกติแล้วเนื้อของทองคำจะนิ่มมาก แต่ในงานการวัดคุม จะใช้โลหะทองคำเป็นชิ้นส่วนในอุปกรณ์เซนเซอร์ตรวจวัดที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น ไฟเบอร์ออปติค ซึ่งปกติแล้วทองคำจะเป็นชิ้นส่วนของอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์หลายๆอย่าง อาจจะรวมไปถึงเมนบอร์ดพีซีรุ่นเก่าๆที่ผู้อ่านกำลังใช้อยู่ด้วย นอกจากนั้นทองคำยังหลอรวมตัวกับแก้วได้ดีซึ่งเป็นข้อจำกัดของโลหะอื่นๆอีก จุดเด่นอีกข้อของทองคำก็คือไม่เป็นพิษกับร่างกาย

 

ทองแดง (Copper)

หม้อต้มที่ทำจากทองแดง

มีการทองแดงใช้้ขึ้นรูปเป็นหม้อต้มเบียร์ และรวมไปถึงหมอต้มเนยแข็งประเภท Swiss ด้วย ซึ่งก็เป็นการสืบทอดขนบธรรมเนียมในการผลิตเนยแข็งชนิดดังกล่าว ถ้าเป็นบ้านเราที่มีการใช้หม้อทองเหลืองทองแดงก็จะเป็นหม้อต้มบัวลอย... แต่อย่างไรก็ตามโลหะทองแดงจะทำปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วกับอาหารที่มีความเป็นกรด และยังเป็นตัวเร่งให้เกิดปฏิกิริยาสีน้ำตาลในผักผลไม้

 

อะลูมิเนียม (Aluminum)

มีน้ำหนักเบา ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ราคาถูก ขึ้นรูปง่าย ขัดล้างทำความสะอาดได้ แต่มีข้อเสียคือกัดกร่อน และหักกรอบได้ง่าย จึงมีการผสมอัลลอยด์ และโลหะประเภทอื่นๆ เพื่อเพิ่มความแข็งให้กับเนื้ออะลูมิเนียม รวมไปถึงวิธีในการขึ้นรูป เพื่อลดปัญหาผลึกอะลูมิเนียมไม่รวมตัวกับธาตุอื่นๆ นอกจากนั้นก็ยังมีการนำอะลูมิเนียมไปผสมกับผงพลาสติคเช่น โพลีเตตระฟลูออโรเอทิลีน (polytetrafluorethylene) หรือที่เรารู้จักในนามว่า Teflon® เพื่อเคลือบผิวอุปกรณ์อาหาร และแปรรูปอาหารด้วย

 

เหล็กหล่อ (Carbonized metal and cast iron)

กะทะเหล็กหล่อ

จะเป็นโลหะผสมที่มี เหล็ก, คาร์บอน 2-3% และ ซิลิกอน 0.5-30% ซึ่งก็แล้วแต่เกรดของโหละด้วย นอกจากนั้นก็จะมีการใส่ ธาตุอัลลอยด์อื่นเข้าไปด้วยเพื่อให้ทนต่อการขัดสี เช่นซัลเฟอร์, ฟอสฟอรัส เป็นต้น ใช้สำหรับขึ้นรูปกะทะ หรือหม้อต้ม เป็นต้น อย่างไรก็ตามเหล็กหล่อมีความแข็ง และเหนียวน้อยกว่าเหล็กกล้าปลอดสนิม แต่ก็ยังมีราคาถูกกว่าด้วย

 

เหล็กกัลวาไนซ์ (Galvanized iron)

เหล็กกัลวาไนซ์

เหล็กกัลวาไนซ์ได้มาจากการนำเอาเหล็กไปชุบในอ่างสังกะสีีร้อน หรืออาจจะชุบด้วยกระแสไฟฟ้าก็ได้ เพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันสนิมขึ้นบนกับตัวชิ้นเหล็ก ปกติแล้วโลหะชนิดนี้ไม่ควรใช้ขึ้นรูปอุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ที่้สัมผัสกับอาหารโดยตรง เนื่องจากโลหะ สังกะสี Zn ที่เคลือบผิวภายนอก เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นยอดในปฏิกิริยาสารพัดที่ทำให้อาหารเปลี่ยนแปลงคุณภาพ

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฏาคม 2010 เวลา 05:34 น.
 

คอมเมนต์ 

 
เป็นบทความที่น่าสนใจดีคับ
#1 pratoo_bann
เวลา20:45 วันที่ 15 -02 -2011 อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


 

เพิ่มรายชื่อล่าสุด

1. System Development Consultant Co., Ltd.

   หมวดหมู่: บริการระบบมาตรฐานทางอาหาร
    จังหวัด: กรุงเทพฯ
    เว็บไซต์: www.sdcexpert.com
2. NSF-CMi : Bangkok

   หมวดหมู่: บริการระบบมาตรฐานทางอาหาร
    จังหวัด: กรุงเทพฯ
    เว็บไซต์: www.nsf-cmi.com/international.asp?continent=asia&area=Bangra...
3. SGS (Thailand) Co.LTD

   หมวดหมู่: บริการระบบมาตรฐานทางอาหาร
    จังหวัด: กรุงเทพฯ
    เว็บไซต์: www.th.sgs.com
4. บริษัท ฟูกุเทค จำกัด

   หมวดหมู่: อุปกรณ์ห้องปฏิบัติการอาหาร
    จังหวัด: สมุทรปราการ
    เว็บไซต์: www.fukutech.co.th
5. Ideal program and solution company limited.

   หมวดหมู่: เครื่องระเหย
    จังหวัด: กรุงเทพฯ
    เว็บไซต์: www.siamshop.com/o35in7gwaj9upr0

เมนูสมาชิก



10 คอมเมนต์ล่าสุด

Latest Tweets

 
สงวนสิทธิ์บางประการ 2546-2554 thaifoodscience.com
คุณมีสิทธิ์ที่จะแบ่งปันเนื้อหาในเว็บ
คุณสามารถนำไปเรียบเรียงใหม่
โดยต้องอ้างอิงที่มา
และไม่ใช้เพื่อการค้า


 

สถิติสมาชิกที่ลงทะเบียน

สมาชิกล่าสุด : Gift_Ji
สมาชิกทั้งหมดของเรา : 2274
ลงทะเบียนสมัครวันนี้ : 2
ลงทะเบียนสมัครในเดือนนี้ : 15

จำนวนผู้เยี่ยมชมออนไลน์

เรามี 75 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิก ออนไลน์

แนะนำเว็บนี้ให้กับเพื่อน






1 + 1 =