| ไซโครเมทริกส์ |
| เขียนโดย มณฑล สุกใส |
| วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2008 เวลา 06:50 น. |
|
การศึกษาไซโครเมทริกส์จะช่วยให้เราเข้าใจถึงสมบัติของอากาศแห้งที่ใช้ในการทำแห้งอาหาร เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการอบแห้งอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
1. พารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องทางไซโครเมทริกส์1.1 อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (Dry bulb temperature)เป็นอุณหภูมิที่บอกโดยไม่มีการดัดแปลง(modified temperature sensor) ในการบอกอุณหภูมิวัดได้ด้วยเทอร์โมมิเตอร์ทั่วไป จะหมายความถึง อุณหภูมิกระเปาะแห้ง 1.2 อุณหภูมิกระเปาะเปียก (Wet bulb temperature)มี 2 แบบ คือ 1) อุณหภูมิกระเปาะเปียกทางไซโครเมทริกส์ (psychrometric wet bulb temperature) 2) อุณหภูมิกระเปาะเปียกทางเทอร์โมไดนามิกส์ (thermodynamic wet bulb temperature) ในกรณีอากาศชื้นค่าทั้ง 2 แบบนี้มีค่าใกล้เคียงกัน อุณหภูมิกระเปาะเปียกทางไซโครเมทริกส์ได้มาจากการนำเทอร์โมมิเตอร์แบบปรอทหุ้มด้วยสำลีหรือผ้าเปียกตลอดเวลา แล้วปล่อยให้สัมผัสกับอากาศที่ไหลในความเร็วสูง (อย่างน้อย 4.6เมตร/วินาที) หรือ จะผูกเชือกกับเทอร์โมมิเตอร์ที่หุ้มผ้าสำลีที่ชุ่มน้ำ แล้วเหวี่ยงเป็นวงกลม ก็ทำได้เช่นกัน ความชื้นที่อยู่ในผ้าสำลีชุ่มน้ำเมื่อสัมผัสกับอากาศไม่อิ่มตัวที่อยู่ภายนอก ก็จะมีการถ่ายเทความชื้นสู่อากาศไม่อิ่มตัวเนื่องจากความดันไอของน้ำในผ้าสำลีสูงกว่าอากาศแห้ง ซึ่งเป็นกระบวนการระเหยที่เกิดขึ้นนี้จะไปมีผลทำให้เกิดการดึงความร้อนออกไป ความร้อนที่สัมผัสที่จะไหลออกจากอากาศไปยังผ้าสำลี จนการระเหยอยู่ในสภาวะคงตัว อุณหภูมิที่อ่านได้จากเทอร์โมมิเตอร์จึงมีค่าต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับอุณหภูมิกระเปาะแห้ง
รูปที่ 1 การวัดอุณหภูมิกระเปาะเปียกอย่างง่าย
ส่วนอุณหภูมิกระเปาะเปียกทางเทอร์โมไดนามิกส์จะได้จากการทำให้อากาศชื้นเป็นอากาศอิ่มตัวในสภาวะอะเดียบาติก ดังตัวอย่างในรูปที่ 2 ซึ่งภายนอกจะต้องหุ้มฉนวนเพื่อป้องกันถ่ายเทความร้อนออกไปนอกระบบ อากาศไม่อิ่มตัวที่อุณหภูมิ T1 มีความชื้น w1 และ ความชื้นสัมพัทธ์ RH1 เมื่อผ่านเข้าสู่อ่างน้ำที่ยาวมากๆ อากาศแห้งที่ไม่อิ่มตัวจะรับเอาน้ำที่ระเหยจากอ่างที่มีฉนวนหุ้ม ที่ทางออกอากาศที่อิ่มตัวหรือมีความชื้นสัมพัทธ์ 100 % แล้ววัดอุณหภูมิออกมาก็จะได้อุณหภูมิกระเปาะเปียกทางเทอร์โมไดนามิกส์ และอากาศที่ทางออกจะมีอุณหภูมิน้อยกว่าขาเข้า มีความชื้นสูงกว่าขาเข้าด้วย
รูปที่ 2 กระบวนการอิ่มตัวแบบอะเดียบาติก
1.3 อุณหภูมิจุดน้ำค้าง (Dew point temperature)คือ อุณหภูมิที่ไอน้ำในอากาศเริ่มควบแน่น เมื่ออากาศนั่นถูกทำให้เย็นลงที่อัตราส่วนความชื้นและความดันคงที่ ดังนั้นอุณหภูมิจุดน้ำค้างจึงหมายถึง อุณหภูมิอิ่มตัวของน้ำที่ความดันนั้นๆ 1.4 ปริมาตรจำเพาะ (Specific volume, Humid volume)คือ ปริมาตรของอากาศชื้น ต่อ หนึ่งหน่วยมวลอากาศแห้ง ขณะเดียวกันค่าความหนาแน่นจำเพาะนั้นเป็นส่วนกลับกับค่าปริมาตรจำเพาะ 1.5 ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative humidity)คือ อัตราส่วนระหว่างปริมาณไอน้ำในความชื้น ต่อ ปริมาณไอน้ำสูงสุดที่อากาศนั้นจะสามารถรับไว้ได้ที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน นอกจากนี้ยังหมายถึง ความดันของอากาศ ต่อ ความดันอิ่มตัวในขณะนั้นที่อุณหภูมิหนึ่งๆ ค่าความชื้นสัมพัทธ์จะมีค่าอยู่ระหว่าง 0 - 1 หรือรายงานในรูปร้อยละ ตั้ง 0% - 100% ก็ได้ อากาศที่ใช้ทำแห้งอาหารควรจะมีค่าความชื้นสัมพัทธ์ต่ำๆ เพื่อที่จะดึงน้ำออกมาได้มาก ขณะเดียวกันในการเก็บรักษาผักผลไม้บางชนิดจำเป็นต้องควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ให้มีค่าสูงๆ เพื่อป้องกันมิให้น้ำในผักผลไม้ถูกดึงออกมามาก จนทำให้ผลิตผลเสื่อมคุณภาพ 1.6 ความชื้นจำเพาะ, ปริมาณความชื้น หรืออัตราส่วนความชื้น (Specific humidity, Humidity ratio, Absolute humidity, Humidity ratio also Moisture Content)คือ มวลของน้ำที่อยู่ในอากาศแห้งคิดต่อ 1 กิโลกรัม หรือ ปอนด์ มีหน่วยเป็น kg H2O/ kg dry air หรือ g H2O/ kg dry air ก็ได้ นอกจากนั้นยังมีการใช้ในหน่วยอังกฤษ lb H2O / lb dry air ด้วย อากาศแห้งที่จะใช้ทำแห้งอาหารควรที่จะมีความแห้งมากๆ อาจจะทำโดยการผ่านอากาศแห้งเข้าไปในฮีทเตอร์ก่อนเข้าไปในเครื่องทำแห้ง เมื่อทำแห้งอาหารเสร็จค่าปริมาณความชื้นของอากาศก็จะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากอากาศเป็นตัวกลางในการพาน้ำในอาหารออกมานั่นเอง 1.7 เอนทัลปี(Enthalpy)ค่าพลังงานความร้อนที่มีในอากาศชื้นต่อหนึ่งหน่วยมวลอากาศแห้ง เมื่อเทียบกับค่าความร้อนที่อุณหภูมิอ้างอิง(นิยมใช้ 0oC ในระบบเมทริกส์) 2. หลักการใช้งานไซโครเมทริกส์ชาร์ทพารามิเตอร์หรือคุณสมบัติต่างๆของอากาศที่ได้กล่าวมาข้างต้น มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน สามารถคำนวณโดยใช้สมการทางคณิตศาสตร์ ไซโครเมทริกส์ชาร์ทที่ระดับความดันหนึ่งๆ สามารถนำมาใช้คำนวณ หรือบอกพิกัดของค่าต่างๆ ได้ เพียงแค่ทราบค่าคุณสมบัติที่อิสระต่อกัน 2 ค่า ก็สามารถหาคุณสมบัติอื่นๆ ทางไซโครเมทริกส์ได้ทั้งหมด 2.1 เส้นอุณหภูมิกระเปาะแห้ง
รูปที่ 3 เส้นอุณหภูมิกระเปาะแห้งในไซโครเมทริกส์ชาร์ท 2.2 เส้นอุณหภูมิกระเปาะเปียก
รูปที่ 4 เส้นอุณหภูมิกระเปาะเปียกในไซโครเมทริกส์ชาร์ท 2.3 เส้นอุณหภูมิจุดน้ำค้าง
รูปที่ 5 เส้นอุณหภูมิจุดน้ำค้างในไซโครเมทริกส์ชาร์ท 2.4 เส้นปริมาตรจำเพาะ
รูปที่ 6 เส้นปริมาตรจำเพาะในไซโครเมทริกส์ชาร์ท 2.5 เส้นความชื้นสัมพัทธ์
รูปที่ 7 เส้นความชื้นสัมพัทธ์ในไซโครเมทริกส์ชาร์ท 2.6 เส้นความชื้นจำเพาะ, อัตราส่วนความชื้น หรือ ปริมาณความชื้น
รูปที่ 8 เส้นความชื้นจำเพาะ, อัตราส่วนความชื้น หรือ ปริมาณความชื้นในไซโครเมทริกส์ชาร์ท 2.7 เส้นเอนทัลปี
รูปที่ 9 เส้นอุณหภูมิกระเปาะแห้งในไซโครเมทริกส์ชาร์ท นอกจากนี้หากไม่เข้าใจ สามารถเข้าไปดูเว็บไซโครเมทริกส์ชาร์ทสวยๆ ได้ที่ เว็บของ R.Paul Singh ซึ่งจะเป็นแฟลชแอนิเมชัน
รูปที่ 10 ไซโครเมทริกส์ชาร์ท
3. การประยุกต์ใช้ไซโครเมทริกส์ชาร์ท3.1 การให้ความร้อนหรือการทำเย็นของอากาศในระหว่างการให้ความร้อนแก่อากาศรวมทั้งการทำเย็นอากาศ อันเป็นการเพิ่มหรือลดอุณหภูมิที่ระดับความดันคงที่ โดยไม่มีการเพิ่มหรือกำจัดน้ำออกจากอากาศ ดังนั้นในระหว่างกระบวนการที่เกิดขึ้นนี้ คุณสมบัติของอัตราส่วนความชื้น และ อุณหภูมิจุดน้ำค้าง จะมีค่าคงที่ตลอดในระหว่างกระบวนการเพิ่มหรือลดอุณหภูมิ ดังในรูปที่ 11 ในการให้ความร้อนแก่อากาศ (heating of air)จากอุณหภูมิ T1 ไปเป็น T2 ดังรูปที่11 จะพบว่าค่าปริมาณความชื้นมีค่าคงที่ในระหว่างกระบวนการ และค่าความชื้นสัมพัทธ์จะลดลง โดยพลังงานที่ใช้ในการเพิ่มอุณหภูมิของอากาศสามารถหาได้จากผลต่างของเอนทัลปีระหว่าง H1 และ H3 การให้ความร้อนแก่อากาศมีประโยชน์มากในการรีไซเคิลอากาศที่ใช้ทำแห้งไปแล้วนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ ด้วยการนำอากาศไปผ่านฮีทเตอร์ให้อุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งทำให้ค่าความชื้นสัมพัทธ์ลดต่ำลง ส่วนการทำเย็นของอากาศ (cooling of air) จากอุณหภูมิ T2 ไปเป็น T3 ดังรูปที่11 จะพบว่าค่าปริมาณความชื้นก็มีค่าคงที่เช่นเดียวกับกระบวนการให้ความร้อน และค่าความชื้นสัมพัทธ์เพิ่มสูงขึ้น พลังงานที่ใช้ในการลดอุณหภูมิของอากาศสามารถหาได้จากผลต่างของเอนทัลปีระหว่าง H2 และ H4
รูปที่ 11 การเพิ่มหรือลดอุณหภูมิของอากาศในไซโครเมทริกส์ชาร์ท
3.2 การผสมอากาศอากาศ 2 กระแสที่มีสมบัติต่างๆกัน สามารถนำมาผสมกันได้ และใช้ไซโครเมทริกส์ชาร์ทหาสภาวะของอากาศผสมใหม่นี้ได้ โดยสมบัติของอากาศใหม่ที่ได้ย่อมมีสมบัติใกล้เคียงกับอากาศกระแสที่มีมวลมากกว่า วิธีในการหาจุดบนไซโครเมทริกส์ชาร์ทที่อากาศ 2กระแสผสมกัน มีขั้นตอนดังนี้คือ 1) กำหนดจุดบนไซโครเมทริกส์ชาร์ทกับอากาศทั้ง 2กระแส 2) ลากเส้นตรงเชื่อมระหว่างจุดทั้งสอง และวัดระยะห่าง 3) แบ่งเส้นตรงนี้ออกเป็นสัดส่วนกลับกับมวลของอากาศเริ่มต้น ก็จะได้จุดที่อากาศใหม่ผสมกัน ยกตัวอย่างเช่น อากาศ Aมีมวล 2กิโลกรัม อากาศ Bมีมวล 1กิโลกรัม สมมติว่าวัดระยะของจุดบนไซโครเมทริกส์ชาร์ทได้ 3ซม. จุดบนไซโครเมทริกส์ชาร์ทของอากาศใหม่ที่ได้จากการผสมจะอยู่ห่างจุดของอากาศ A 1ซม. หรือ ห่างจากจุดของอากาศ B 2 ซม.นั่นเอง
รูปที่ 12 วิธีการผสมอากาศ 2 กระแสบนไซโครเมทริกส์ชาร์ท
3.3 การทำแห้งสมบัติที่มีค่าคงที่ตลอดในระหว่างการทำแห้งคือ ค่าเอนทัลปี และ อุณหภูมิกระเปาะเปียก ในระหว่างการทำแห้งอากาศจะต้องมีพลังงานส่วนหนึ่งที่จะใช้ในการระเหยน้ำจากผิวหน้าของอาหาร ซึ่งมีค่าเท่ากับพลังงานที่ทำให้น้ำระเหยออกจากผิวหน้าอาหาร ที่ผิวหน้าอาหารจะมีอุณหภูมิคงที่อยู่ในช่วงอัตราการทำแห้งคงที่ (Constant rate period) ซึ่งจะมีค่าเท่ากับอุณหภูมิกระเปาะเปียก ดังนี้ในช่วงอัตราการทำแห้งคงที่สามารถที่จะประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ด้วยการ เปิด-ปิดลมร้อนสลับไปมาได้ เพราะถึงแม้ว่าอุณหภูมิลมร้อนจะสูงแต่อุณหภูมิของชิ้นอาหารก็มีค่าเท่ากับอุณหภูมิกระเปาะเปียกเท่านั้น เมื่อสิ้นสุดการทำแห้งอากาศที่ออกจากกระบวนการจะมีอุณหภูมิลดลงดังรูปที่ 13 และค่าความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศก็พื้นขึ้นด้วย
รูปที่ 13 สมบัติอากาศระหว่างการทำแห้งบนไซโครเมทริกส์ชาร์ท
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2009 เวลา 18:53 น. |























คอมเมนต์
เวลา17:05 วันที่ 22 -10 -2009 อ้างอิง
เอาไปสอบเลยดีๆ
เวลา01:35 วันที่ 10 -07 -2010 อ้างอิง
เวลา22:12 วันที่ 31 -01 -2011 อ้างอิง