| ไบโอติน (Biotin) |
| เขียนโดย มณฑล สุกใส |
| วันพุธที่ 11 สิงหาคม 2010 เวลา 12:06 น. |
|
ไบโอติน คือ??
จากโครงสร้างไบโอตินเป็นสารประกอบที่เป็นการเชื่อมรวมกันของวงเตตระไฮโดรอิมิไดซาโลน (tetrahydroimidizalone) ที่มีไนโตรเจนอะตอมกับวงเตตระไฮโดรไทโอฟีน (tetrahydrothiophene) ที่มีหมู่ซัลเฟอร์เป็นองค์ประกอบในวงดังกล่าวด้วย แล้วที่ตำแหน่งใกล้กับอะตอมซัลเฟอร์ก็จะมีกรดคาร์บอกซิลิคโซ่ตรงที่มีคาร์บอน 5 อะตอม (pentanoic acid) เชื่อมอยู่
หน้าที่ของไบโอติน
ไบโอตินจะทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ของปฏิกิริยา Carboxylase ที่สำคัญๆของร่างกาย เช่นในกระบวนการส่วนท้ายของการตัดกรดไขมันที่เป็นเลขคี่, กระบวนการเปลี่ยนไพรูเวทไปเป็นออกซาโลอะซีเตต, กระบวนการสังเคราะห์กรดไขมัน, กระบวนการคะตาบอลิสมกรดอะมิโนบางตัว โดยไบโอตินจะเข้าร่วมทำงานกับเอนไซม์ดังต่อไปนี้ครับ 1) Acetyl CoA carboxylase 2) Methylcrotonyl CoA carboxylase 3) Propionyl CoA carboxylase 4) Pyruvate carboxylase
ภาพโดยรวมของบทบาทที่ไบโอตินมีต่อร่างกายของสิ่งมีชีวิตทั่วไป รวมถึงมนุษย์เราด้วยนะครับ ในการเติมหมู่คาร์บอนลงในอะไรก็แล้วแต่ โดยใช้เอนไซม์คาร์บอกซิเลสต่างๆ ร่วมกับโคเอนไซม์ไบโอติน จะต้องอาศัย 1ATP ด้วยเสมอ
อธิบายการตัดสายกรดไขมันแบบคร่าวๆให้อ่านกันนะครับ ให้ดูตามชาร์ทข้างบนที่ผมวาดประกอบนะครับ จะได้ไม่งง (หรือยิ่งงง)
สำหรับกระบวนการกลูโคนีโอเจเนซิส (Gluconeogenesis) หรือกระบวนการนำกลับน้ำตาลไปสะสมในร่างกายของเรา เป็นปฏิกิริยาย้อนกลับของไกลโคไลซิส ตามปกติฟอสโฟอีนอลไพรูเวทอันเป็นสารเมตาบอไลท์ (phosphoenol pyruvate, PEP) ที่อยู่ในบริเวณไซโทพลาสม แต่เนื่องจากการที่ร่างกายมนุษย์จะไม่สามารถเปลี่ยนไพรูเวทไปกลับฟอสโฟอีนอลไพรูเวทได้โดยตรง จึงจำเป็นจะต้องนำเข้าไพรูเวท เข้าไปในไมโทคอนเดรียก่อน แล้วถึงจะอาศัยไบโอตินทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ เพื่อทำการเติมคาร์บอนไดออกไซด์ จึงจะทำให้กลไกกลูโคนีโอเจเนซิสจากไพรูเวทดำเนินการต่อไปได้ ก่อนจะแปลงกลับไปเป็น PEP ตามตัวอย่างชาร์ทข้างต้น อะวิดินของแสลงสำหรับไบโอติน
ความผิดปกติที่เกิดจากการขาดไบโอตินปกติแล้วร่างกายของเราไม่ค่อยจะขาดแคลนไบโอติน เพราะสารอาหารชนิดนี้มีความเสถียรสูง ทนกรด ทนร้อน แต่กับผู้ที่นิยมทานไข่ลวก ไ่ข่ดิบก็มีความเสี่ยงในการเกิดอาการความผิดปกติของร่างกายปรากฏให้เห็นบ้าง โดยอาการที่พบเห็นกันจะเป็นอาการ ผิวหนังกำพร้าลอก, ผมร่วง, เส้นเลือดฝอยในตาแตก เป็นต้น ในสำหรับโรคเบาหวาน ไบโอตินยังมีความเกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาลในเลือดอยู่บ้าง โดยไบโอตินจะช่วยในกลไกในการลดระดับน้ำตาลลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการเพิ่มทางเลือกของสารที่จะเข้าวัฏจักร TCA ด้วยการเปลี่ยนไพรูเวทไปเป็นออกซาโลอะซีเตตอีกทางนึง แหล่งไบโอติน
จากหน้าที่และสรรพคุณของเจ้าไบโอตินที่ผมร่ายยาวมาข้างต้นนี้ เรายังสามารถที่จะหารับประทานไบโอตินได้ไม่ยากเย็นนัก พบได้ทั่วไปในอาหารที่เรารับประทานกันเป็นประจำอยู่แล้ว เช่น ขนมปัง, ยีสต์, เนื้อสัตว์, เครื่องใน, ผักใบเขียว เป็นต้น ส่วนความต้องการของร่างกายในแต่ละวันนั้นจะขึ้นอยู่กับกิจกรรม,เพศ เป็นหลัก โดยหญิงมีครรภ์ และให้นมบุตร ควรจะได้รับไบโอตินอย่างพอเพียงประมาณวันละ 30ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว นอกไปจากนั้นในลำไส้ใหญ่ของเรา ยังมีแบคทีเรียที่มีความสามารถในการผลิตไบโอตินอีกด้วยครับ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมร่างกายของเราจึงไม่ค่อยจะขาดสารชีวโมเลกุลชนิดนี้
|
ผมกำลังทยอยเขียนบทความให้ความรู้ในเรื่องของสารชีวโมเลกุลทางอาหาร ก็ตั้งใจจะเขียนในซีรีส์ของไวตามินให้ครบก่อนนะครับ ยิ่งอ่านจากส่วนที่มาจาก wiki แล้วไปรื้อฟื้นในเรื่องของกลไก พาธเวย์ต่างๆที่เป็นความรู้เก่า แล้วนั่งเทียนเขียนก็ยิ่งมันมือแฮะ
ในบทความนี้ สารอาหารไวตามินบีตัวนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่ทราบว่า เจ้าไบโอติน (Biotin) หรือไวตามินบี 7 นั้นมันมีความสำคัญต่อกระบวนการเมตาบอลิสมอย่างไรบ้าง ไบโอตินเกี่ยวข้องอะไรกับปฏิกิริยาเบตา-ออกซิเดชันของกรดไขมัน มันมีส่วนช่วยอย่างไรในการเผาผลาญไขมันทั้งส่วนเกิน และในส่วนที่จำเป็น แ้ล้วนอกจากนั้นไบโอตินก็ยังมีความเกี่ยวพันกับการควบคุมน้ำตาลในเลือดอีกด้วย
นอกจากนั้นไบโอตินยังได้รับการขนานนามว่าไวตามินเอช (Haar und Haut หรือ Hair and Skin) ซึ่งนั่นก็สืบเนื่องมาจากลักษณะความผิดปกติที่ปรากฏ ในผู้ป่วยที่ร่างกายขาดแคลนไวตามินชนิดนี้กับเส้นผม และ ผิวหนัง

เพราะต้องใช้กำลังเข้าหักหาญโครงสร้างเดิม แล้วขอคืนพื้นที่ด้วยคาร์บอนไดออกไซด์1โมเลกุล
ในเส้นทางปกติของกรดไขมันที่เป็นคาร์บอนเลขคู่ ซึ่งปกติเราก็พบพวกนี้ในธรรมชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ด้วย สารเมตาบอไลท์ที่จะเข้าวัฏจักร TCA ในสภาวะปกติ จะเป็นอะเซติล โคเอนไซม์เอที่มีคาร์บอน 2อะตอม ส่วนการตัดกรดไขมันครั้งนึงจะได้อะเซติล โคเอนไซม์เอกี่ตัว ก็ขึ้นอยู่ที่จำนวนคาร์บอนของกรดไขมันที่เข้าเบตา-ออกซิเดชัน เช่น กรดไขมันที่มีคาร์บอน 16ตัว ก็จะได้อะเซติล โคเอนไซม์เอ 8ตัว ส่วนในปฏิกิริยาเบตา-ออกซิเดชันของกรดไขมันอื่นๆที่มีจำนวนคาร์บอนเป็นเลขคี่ การตัดทอนสายโซ่จะแตกต่างจากข้างต้นเล็กน้อยนะครับ ในรอบสุดท้ายนั้น จะตัดได้โพรพิโอนิล โคเอนไซม์เอ ที่มีคาร์บอน 3อะตอม แล้วจะถูกเติมคาร์บอนไดออกไซด์ลงไป 1โมเลกุล โดยอาศัยเอนไซม์คาร์บอกซิเลส ร่วมกับไบโอติน ส่วนที่เหลือจะเป็นอะเซติล โคเอนไซม์ เช่นในการตัดกรดไขมันที่มีคาร์บอน 17ตัว ท้ายที่สุดจะได้อะเซติล โคเอนไซม์เอ 7ตัว และ ซัคซินิล โคเอนไซม์เอ 1ตัว
อะวิดิน(avidin)พบได้ในไข่ขาวดิบ เป็นไกลโคโปรตีนที่มีความสามารถในการจับกับไบโอติน ซึ่งธรรมชาติสร้างอะวิดินขึ้นมาเพื่อเป็นสารยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ต่างๆในไข่ โดยไปทำให้กลไกในการเติมหมู่คาร์บอกซิลมีปัญหา เพราะในจุลินทรีย์ก็ต้องการไบโอตินในกระบวนการดังกล่าวเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงกว่า










คอมเมนต์
และกรดแกมมาอะมิโนบิวทีริก(GABA)ให้ด้วยได้ไหมครับ
ขอบคุณครับ
เวลา18:07 วันที่ 25 -08 -2010 อ้างอิง
ขอบคุณมากค่ะ
เวลา17:04 วันที่ 15 -09 -2010 อ้างอิง
เวลา22:18 วันที่ 27 -10 -2010 อ้างอิง
เวลา21:57 วันที่ 22 -01 -2011 อ้างอิง
เวลา20:13 วันที่ 16 -03 -2011 อ้างอิง