| Ciguatera toxin |
| เขียนโดย มณฑล สุกใส |
| วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม 2010 เวลา 03:58 น. |
|
ซิกัวเทอรา (
ข้อความซ่อน กำหนดให้เห็นเฉพาะสมาชิกหน้าตาดีที่ล็อกอิน
ผมวาดโครงสร้างด้วยโปรแกรม Chemsketch นะครับ มีไฟล์ต้นฉบับที่ผมแงะโครงสร้างแล้วเขียนใหม่ เพื่อแก้ฟอนท์จากอะไรก็ไม่รู้ให้เป็นไปในทำนองเดียวกันทั้งเว็บ อย่างเว็บนี้ ผมเซท Style ของตัวโครงสร้างให้แสดงฟอนท์เป็น Trebuchet ทั้งเว็บ
ลักษณะอาการ และการวินิจฉัยผู้ที่ได้รับสารพิษซิกัวเทอราจากการบริโภคปลาทะเล โดยทั่วไปเริม่ต้นจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมกับระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร และหลังจากนั้นจึงจะมีอาการทางสมองร่วมด้วย เพราะจากการที่สารพิษชนิดนี้ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxic Shellfish Poisoning) ผู้ที่ได้รับซิกัวเทอราจึงอาจจะมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น ลิ้นแข็ง, ปวดหัว, กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง, มือเท้าชา, ความสามารถในการรับอุณหภูมิทางระบบประสาทผิดเพี้ยนไป หนาวกลับรู้สึกร้อน ร้อนกลับรู้สึกตัวว่าหนาว และยังอาจทำให้ผู้ป่วยความจำเสื่อมชั่วขณะด้วย
สำหรับระยะแสดงอาการนั้นไม่แน่นอนครับ ซึ่งก็ขึ้นว่าร่างกายมีความต้านทานต่อพิษชนิดนี้มากน้อยเพียงใด สำหรับผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย จะใช้เวลาสั้นๆราว15นาทีเ่ท่านั้น พิษจะเริ่มทำงานเนื่องจากการที่สารพิษซิกัวเทอราสามารถละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ แล้วการที่เอทิลแอลกอฮอล์ หรือเหล้าสามารถทำตัวเป็นตัวทำลายอินทรีย์ได้ สารพิษจึงแพร่กระจายไปรวดเร็ว ส่วนเวลาออกฤทธิ์อย่างช้าของสารพิษชนิดนี้คือ ภายใน24ชั่วโมง และท่ามกลางความน่ากลัวของสารพิษชนิดนี้ ที่ผ่านมายังไม่มีรายงานข่าวผู้เสียชีวิตจากการได้รับพิษซิกัวเทอรา ในปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้ในการยับยั้ง หรือรักษาอาการจากสารพิษซิกัวเทอราโดยตรง การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการ โดยทั่วไปหลังจากที่ถึงมือแพทย์อาการจะทุเลาลงภายใน 2-5วัน การป้องกัน
ตัวอย่างของปลาทะเลที่ควรเลี่ยงบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงต่อการได้รับสารพิษซิกัวเทอรา source http://www.freewebs.com/seawrite/worldsailing3.htm ที่ผ่านมาในบ้านเรายังไม่พบผู้ป่วยจากการบริโภคปลาทะเล แล้วได้รับพิษซิกัวเทอรา โดยผู้ที่ได้รับพิษมักจะเกิดในแถบทะเลแคริบเบียน, ทะเลออสเตรเลีย, เขตน้ำอุ่นของมหาสมุทรแอตแลนติค และแปซิฟิก แล้วเนื่องจากปลาบางตัวที่เป็นพาหะของสารพิษซิกัวเทอราไม่ใช่ปลาที่บ้านเรานิยมรับประทาน เนื่องจากหน้าตาไม่น่ารับประทาน และบางชนิดก็ค่อนข้างดุ รวมทั้งบางประเภทไม่มีในอ่าวไทย เช่น บารากูดา(Barracuda), สแนปเปอร์(Snapper), มอเรย์(Moray eel), กรูเปอร์(Groupers), ปลานกแก้ว(Parrotfish) รวมทั้งสาหร่ายไดโนแฟลกเจลเลต Gambierdiscus toxicus ไม่ใช่สาหร่ายประจำถิ่นในบ้านเรา ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้ยินข่าวผู้ป่วยได้รับพิษชนิดนี้ในบ้านเรามากนัก สำหรับการป้องกันการได้รับสารพิษชนิดนี้ ควรที่จะหลีกเลี่ยงการรับประทานปลาที่อาศัยในแนวปะการัง เช่น ปลาเก๋า, ปลาขี้ตังเป็ด, ปลากระพงแดง, ปลากะรัง หรือถ้าชอบจริงๆ ก็ควรบริโภคแต่น้อยในแต่ละมื้ออาหาร พึงจำไว้ครับว่า ปลาตัวยิ่งใหญ่สารพิษย่อมมีการสะสมมาก โดยอวัยวะที่มีสารพิษชนิดนี้มากได้แก่ เครื่องใน, หนังปลา และหัวปลา และที่่สำคัญไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ร่วมกับการบริโภครายชื่อปลาที่มีความเสี่ยงในการได้รับพิษ |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม 2010 เวลา 21:43 น. |
แต่อย่างไรก็ตาม ก็เกิดวิวัฒนาการคู่ขนานของปลาเล็กปลาน้อยและหอย ที่ไม่มีทางเลือกจำเป็นต้องกินสาหร่ายพิษเพื่อความอยู่รอด ก็มีการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อสารพิษ แล้วถ่ายทอดลงยีนจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ทำให้ปลาเล็ก และหอยทะเลสามารถมีชีวิตอยู่ และมีกลไกทางชีวเคมีในการจัดการกับสารพิษ ในทำนองเดียวกันปลาใหญ่ที่กินปลาเล็ก และหอยทะเลดังกล่าว จึงจำเป็นต้องเสริมสร้างความทนทานต่อพิษ เพื่อเอาชีิวิตรอดในธรรมชาติ ปลาทะเลหลายตัวก็มีกลไกในการสร้างพิษเพื่อป้องกันตัวเองจากนักล่าอื่นๆ จากการบริโภคสาหร่ายพิษด้วยเช่นเดียวกัน












