| Compare Means Independent t-test |
| เขียนโดย มณฑล สุกใส | ||||||||||||||||||||||
| วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2009 เวลา 15:13 น. | ||||||||||||||||||||||
|
แล้วสมมติอะไรดีหว่า... เอาเรื่องเครื่องบรรจุนมก็แล้วกัน ยกตัวอย่างให้ได้เห็นภาพกันเลยนะครับ สมมติว่าในไลน์บรรจุนมของเรานั้นมีเครื่องบรรจุนมด้วยระบบอัตโนมัติอยู่ 2เครื่อง เป็นเครื่องเก่ากับเครื่องใหม่ ทีนี้ถ้าเราต้องการอยากทราบว่าทั้งสองเครื่องนี้มีประสิทธิภาพแตกต่างกันหรือไม่ ในกรณีนี้เราจะเราจะสุ่มตัวอย่างปริมาตรน้ำนมมาจากสองเครื่อง ซึ่งถือว่าเป็นการสุ่มตัวอย่างโดยอิสระต่อกัน (เข้าใจตรงนี้ไหมครับ) นั่นก็คือจากคนละกลุ่มประชากร ส่วนถ้าเป็นแบบไม่อิสระต่อกันก็ยกตัวอย่างในกรณีสุ่มตัวอย่างมาจากเครื่องบรรจุนมเครื่องเดียวกัน แต่อาจจะสุ่มโดยก่อนและหลังการซ่อมบำรุงในทำนองนี้ครับ ซึ่งโอกาสหน้าจะอธิบายตรงนี้ให้อ่านครับ ตัวอย่างข้อมูลการตวงปริมาตรน้ำนมที่บรรจุด้วยเครื่องบรรจุอัตโนมัติ ผมขอสมมตินั่งเมคตัวเลขขึ้นมาเอาดื้อๆ เป็นแบบนี้นะครับ
ในกรณีที่เราต้องการเกิดอยากจะทราบว่า ทั้งสองเครื่องนี้มีสามารถจะบรรจุนมได้มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกันหรือไม่นั้น ก็ทำตามขั้นตอนเหมือนเดิมครับ เริ่มเลยจากการตั้งสมมติฐาน
ก็ต้องเริ่มจากการตั้งสมมติฐานหลักขึ้นมาก่อนเลยครับว่า ค่าเฉลี่ยของปริมาตรน้ำนมที่บรรจุด้วยเครื่องบรรจุนมทั้งสองเครื่องนั้นมีค่าไม่แตกต่างกันที่ระดับความเชื่อมั่น 95% นอกเหนือจากนั้นจะถือว่าปฏิเสธสมมติฐานหลัก ซึ่งจากตัวอย่างการตั้งสมมติฐานที่ผมยกมานี้จะเป็นการตั้งสมมติฐานแบบสองทางคือ ผลจะออกมามากกว่าหรือน้อยกว่าเขตวิกฤตก็ได้
คำนวณค่าทดสอบทางสถิติ โดยเราจะหาค่า t โดยที่ตัวสถิติที่เราต้องหากันนั้นได้แก่ ค่าเฉลี่ยของแต่ละกลุ่มประชากร กับค่าความแปรปรวนนั้น ผมใช้ทางลัด ไม่มานั่งกดเครื่องคิดเลขเองหรอกครับ...
แถมวิธีการคีย์เอาค่าค่าเฉลี่ยเลขคณิต, ค่าความแปรปรวน และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานใน Microsoft Excel ให้
เริ่มจากการหา t ก่อนนะครับ ซึ่งมันมีสูตรคือก็คือ ผลต่างค่าเฉลี่ยเลขคณิตส่วนด้วยค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของค่าเฉลี่ยตัวอย่างทั้งสองกลุ่มประชากรรวมๆกันนั่นเอง
ค่อยๆ คำนวณไปนะครับ ส่วนผมขี้เกียจจัดใช้ Microsoft Excel ดึงแต่ละเซลล์ ไปบวกลบคูณหารเอา
ค่าจากการคำนวณออกมาติดลบ อย่างเพิ่งท้อใจ ไปคิดว่าคำนวณผิดนะครับ บางคนพอคิดเลขออกมาแล้วค่า t ติดลบซะฉิบ.. ก็งงแล้ว เพราะ เปิดตารางมันไม่มีค่า t ติดลบนี่หว่า ฮ่าๆ ไปต่อๆครับ
กำหนดระดับนัยสำคัญในการทดสอบ
กำหนดขอบเขตวิกฤต
จากที่ยกมานั้น ถ้าเป็นไปได้ หลายๆคนก็คงอยากจะให้ค่าความแปรปรวนมันเท่ากันใช่ไหมครับ เพราะคำนวณง่ายเลย แต่ในความเป็นจริง...เราจะรู้ได้ยังไงละครับว่าความแปรปรวนมันมีค่าเท่าไหร่ ถ้าเราไม่ได้คำนวณออกมาก่อน ซึ่งถ้านึกภาพตอนที่เราเก็บข้อมูลในตอนทำปัญหาพิเศษหรือทำการทดลอง คงไม่ได้มานั่งคิดถึงตรงนี้กันใช่ไหมครับ แต่ถ้าเป็นค่ามาตรฐานกลางของอุปกรณ์ ก็อาจจะมีการกำหนดสเปคค่าความแปรปรวนลงไปให้เราด้วย เช่น
ถ้าเราคำนวณค่า degree of freedom ออกมาแล้วพบว่าค่าที่ได้นั้นมันไม่ใช่จำนวนเต็ม ก็ให้ปัดเป็นเลขกลมๆซะ อย่างของผมที่คำนวณออกมามันได้ 14.849 ผมก็ปัดขึ้นเป็น 15 เพื่อให้สามารถเปิดตารางได้ง่ายขึ้น ดังนั้นค่า t ตารางของผม จะเปิดที่ t0.025, 15 จะได้ค่าออกมาเป็น 2.131 และ -2.131 (ทดสอบแบบสองทาง)
เมื่อเราวาดภาพคร่าวๆออกมา จะเห็นแล้วนะครับว่า ขอบเขตในการปฏิเสธสมมติฐานจะอยู่ตรงไหนกันบ้าง
สรุปผล
ดังนั้นในการทดสอบสมมติฐานครั้งนี้ เราจึงสามารถสรุปผลได้แล้วว่า เครื่องบรรจุนมทั้งสองตัวนี้ทำงานได้ไม่เท่ากัน หรือมีค่าเฉลี่ยแตกต่างกันที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
ซึ่งจากการคำนวณด้วยมือนั้น ก็พบว่าค่อนข้างเหนื่อยกว่าตัวอย่างในแบบ One Sample T-test จริงไหม สูตรอะไรก็ไม่รู้...ตามบทความแรกที่เอามาให้ชมกัน ทีนี้เราลองมาดูวิธีในการคีย์ข้อมูลและประมวลผลในโปรแกรมสถิติอย่าง SPSS กันครับ
เปลี่ยนมุมมองเป็น Variable View ก่อนนะจ๊ะ เพื่อเข้าสู่โหมดจัดการตัวแปร
จัดการเปลี่ยนสเกลในคอลัมน์ Measure ก่อนนะครับ ซึ่งค่าดั้งเดิมมันจะเป็น Scale นะ แล้วให้เปลี่ยนลักษณะนามของเครื่องบรรจุเป็น Nominal แล้ว...
ทำการกำหนดค่าด้วยตัวเอง โดยคลิ้กที่ปุ่มในคอลัมน์ Values ซะ (เฉพาะในแถวตัวแปรที่เป็นชื่อ Machine) ทำตามภาพประกอบน่าจะทันนะครับ
แล้วก็เปลี่ยนมุมมองกลับเป็น Data view จากนั้นให้เราทำการป้อนข้อมูลที่เป็นปริมาตรน้ำนมลงไปในคอลัมน์ตัวแปร Volume โดยระวังป้อนข้อมูลผิดด้วยนะครับ แยกให้ถูกนะว่าข้อมูลมาจากเครื่อง1 หรือเครื่อง2
เข้าสู่ขั้นตอนการ Analyze กันเลยดีกว่า...
โดยคลิ้กเมาส์ที่ Analyze > Compare Means > Independent –Sample T test…
หน้าต่างนี้ให้เรากดโยนตัวแปร Volume ไว้ในช่อง Test Variable(s) box และ โยนตัวแปร Machine ไว้ในช่อง GroupingVariable
พอใส่เสร็จ ในเบื้องต้นเราจะไปต่อไม่ได้ใช่ไหมครับ ให้เรากด Define Group แล้วก็ใส่ตามเลเบลที่เราตั้งไว้ กำหนดระดับระดับความเชื่อมั่นใน Options ต่อจากนั้นให้เราก็กด OK
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เราจะช้าอยู่ใยละ กด OK เลยครับ...
เหมือนเดิมครับในการที่จะตัดสินว่ายอมรับสมมติฐานหลัก หรือจะตอบปฏิเสธ ให้เราดูที่ค่า Sig 2-tailed
ในกรณีที่เป็นการทดสอบสมมติฐานแบบสองทางนั้น จะปฏิเสธสมมติฐานก็เมื่อค่า Sig 2-tailed มีค่าน้อยกว่าค่านัยสำคัญในการทดสอบ
เขียนบทความเกี่ยวกับสถิติทีไร เหนื่อยทุกทีเลยสิ... แต่เมื่อสถิติมันจำเป็นสำหรับการทำงาน และตอบคำถามอะไรๆได้หลายๆอย่าง ผมก็คิดว่าความบ้าของผมน่าจะสร้างประโยชน์ต่อชาวโลกนะครับ |
||||||||||||||||||||||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม 2011 เวลา 12:28 น. |
ในหัวข้อบทความนี้ เป็นการทดสอบสมมติฐานเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยในประชากรสองกลุ่มแบบประชากรเป็นอิสระต่อกัน โดยจะต่อเนื่องจากตอนที่ก่อนหน้านี้เลยครับ ซึ่งตอนก่อนหน้านี้เราทำการทดสอบสมมติฐานในประชากรกลุ่มเดียว ซึ่งเป็นการทดสอบสมมติฐานในแบบที่ง่ายๆแล้ว มาคราวนี้ถ้าเราต้องการเปรียบระหว่างสองกลุ่มประชากรแล้วละครับ ซึ่งมันใช้งานยังไง ทำยังไง ในการอธิบายเป็นทฤษฎีบท ผมคงจะทำได้ไม่ดี ดังนั้นผมจะขออธิบายเป็นเรื่องเป็นราวเลยละกันนะครับ ลืมทฤษฎีบทไปซะ แล้วมาดูว่าไอ้หลักการทดสอบสมมติฐานแบบเทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มประชากรสองกลุ่มนี้ ว่าถ้าเราคิดจะใช้ หรืออยากจะใช้ขึ้นมา เราจะได้เอาไปงานกับสถานการณ์จริงได้อย่างไรบ้าง




























คอมเมนต์
เวลา00:58 วันที่ 31 -07 -2010 อ้างอิง
เวลา05:59 วันที่ 31 -07 -2010 อ้างอิง
แต่ขอตำหนิ ความเห็นที่ 1 หน่อย คุณตำหนิแรงไปนะครับ เค้าจะจบจากที่ไหนไม่สำคัญ แต่เค้ามีเจตนาที่ดีต่อผู้อื่นนับ่วาน่านับถือมากกว่าคนชอบติ แต่ไม่ทำอะไรเลยครับ
เวลา21:49 วันที่ 24 -02 -2011 อ้างอิง
รับฟังทุกความคิดเห็นครับ
เวลา09:06 วันที่ 25 -02 -2011 อ้างอิง
เวลา17:04 วันที่ 01 -03 -2011 อ้างอิง
ขอบคุณ Admin ค่ะ
เวลา10:22 วันที่ 04 -04 -2011 อ้างอิง
คห 1 มือไม่พายแล้วอย่ามาว่าคนที่เค้ากะลังพายสิคะ
เวลา03:07 วันที่ 20 -05 -2011 อ้างอิง