| TQM กับอุตสาหกรรมอาหาร |
| เขียนโดย มณฑล สุกใส |
| วันจันทร์ที่ 08 มิถุนายน 2009 เวลา 22:40 น. |
|
ทีนี้ถ้าเป็นการเอา TQM มาร่วมในการปฏิบัติงานในโรงงานอาหาร (ดูเหมือนผมจะข้ามเรื่อง การควบคุมคุณภาพอาหาร และการประกันคุณภาพไปนะ) โดยผมจะข้ามในเรืองของประวัติที่มาของเจ้า TQM นะครับ เพราะตรงส่วนนั้น ท่องไว้ก็เอาไว้สอบอย่างเดียว แต่พอมาถึงการใช้งานจริงๆแล้ว สิ่งสำคัญจะอยู่ที่การเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กรของเรามากกว่า TQM แปลตรงๆตัวคือ การจัดการคุณภาพในองค์รวม ซึ่งสิ่งสำคัญของการจัดทำ TQM คือ การมุ่งหวังให้สมาชิกในทุกส่วนขององค์กร หรือ โรงงานที่เราอยู่ รู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมในการจัดการคุณภาพ อันจะส่งผลให้เกิดผลกำไรต่อองค์กรไม่ว่าจะเป็น ในรูปเม็ดเิงิน หรือ ภาพลักษณ์องค์กรก็ตามที ซึ่งเครื่องใหม่เครื่องมือในการจัดทำ TQM ถือว่าเป็นสิ่งที่โรงงานอาหารสมัยใหม่จำเป็นต้องมี ไม่ว่าจะเป็นการจัดการด้านเอกสารที่ดีพอ, ระบบ
หลายๆองค์กรสร้างภาพลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องนำสินค้าลงวางจำหน่ายด้วยซ้ำไป เนื่องจากกระบวนการจัดการคุณภาพของเขานั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอ ยกตัวอย่าง เช่น นักออกแบบศิลป์ที่มีฝีมือสักคนนึงถ้าเขาคิดจะซื้อคอมพิวเเตอร์สักเครื่องโดยไม่มีข้อกำหนดด้านเงินละก็ เขาจะเล็งเครื่องคอมพิวเตอร์ Mac ก่อนเลย เพราะอะไรนะรึ Mac จะให้สีที่ถูกต้องและตรงกับสีบนเครื่องพิมพ์มากกว่า PCและผู้ใช้ก็จะเกิดการบอกต่อกันปากต่อปากใช่ไหมครับ ว่า เฮ้ย! Mac ดีกว่า PC เวลาส่งงานเ้ข้าโรงพิมพ์สีมันไม่เพี้ยน! ตัวอย่างที่กล่าวมาจึงเป็นคำตอบให้กับผู้บริหารและนักอุตสาหกรรมอาหารที่มีอำนาจ (งานนี้ไม่มีอำนาจ ทำไม่ได้นะครับ เพราะมันต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคนในองค์กร ดังนั้นการที่จะทำให้องค์กรของเรามีผลกำไรสูงสุด คือ ทำให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าของเราพึงพอใจกับสินค้า และบริการ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราๆท่านๆ สามารถกำหนดมาตรฐานคุณภาพตรงนั้นได้ไม่ใช่หรือครับ ก่อนสินค้าจะออกจากโรงงาน เราจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างกำแพงคุณภาพเอาไว้ โดยผู้ที่มีส่วนในการพาองค์กร หรือโรงงานของเราไปถึงฝั่งฝันนั้นได้ก็คือ ทุกคนในองค์กร ตั้งแต่พนักงานขนส่งวัตถุดิบ ไปถึง ตัวแทนจำหน่ายเลย
สมมติมีอาแปะท่านหนึ่งคิดจะทำธุรกิจขายกาแฟโบราณแบบรถเข็น ในเบื้องต้นเขาก็อาจจะใช้เงินทุนสักก้อนนึง เพื่อหาซื้อวัสดุอุปกรณ์ประกอบการขายกาแฟโบราณ เริ่มแรกเขาก็อาจจะต้องลองเข็นรถปยังจุดที่ๆ เขาคิดว่าขายได้ใช่ไหมครับ ซึ่งนั่นก็คือการ (Plan) จากนั้นก็ทดลองทู่ซี้จอดขายดู(Do) ขายได้หรือไม่ได้มันคือตรวจสอบว่าให้ Plan ที่เขาคาดคิดไว้นั้นมันถูกต้องหรือเปล่า(Check) ซึ่งการตรวจสอบอาโกอาแปะ เขาอาจจะไม่รู้ตัวเลยว่า การตัดสินใจที่เกิดนั้นมันอาศัยการเก็บข้อมูลทางสถิติเข้ามาช่วยตัดสิน! โอ้ว ไหงโยงไปได้เนอะ ตัวอย่างเช่น จุดนี้ขายได้วันนึงก็บาท หรือ เก็บข้อมูลว่าขายดีในช่วงเวลาไหน เป็นต้น จากนั้นวันต่อมาอาแปะอาจจะตัดสินใจ(Act) ที่จะขายต่อตามแผนการตลาดเดิม หรือ หาทำเลใหม่โดยเริ่ม Plan ใหม่เลยก็ได้ ลองสังเกตในรูปนะครับ จะเห็น่วาเราไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเริ่มต้นจากการวางแผนเสมอไป เราจะเริ่มตรงไหนก่อนก็ได้ อาแปะอาจจะเข็นรถมาตรงจุดขายตรงนั้นเพราะว่าหมาไล่มา หรือ หนีฝนมาจอด โดยที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าไว้ก็เป็นไปได้ใช่ไหมครับ ดังนั้นจากตัวอย่างที่ยกมาให้เห็นง่ายๆ
ถัดจากพื้นฐานสำคัญสองข้อข้างต้นแล้ว สิ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมของเราก้าวไปได้มันต้องประกอบด้วยขึ้นมาด้วยกัน 3 ส่วน คือ เทคนิคการทำงาน, อุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก และ ระบบการควบคุมคุณภาพ ถ้าถามว่า 3ข้อนี้จำเป็นต้องสมบูรณ์ 100% ไหม คำตอบคือไม่จำเป็นก็ได้ครับ เพราะว่าถึงเสาต้นที่หนึ่งจะงอบ้าง เอนไปบ้าง ก็ยังมีเสาอีกสองต้นช่วยกันคานน้ำหนักตัวบ้านไว้ได้ แต่หากว่าเสาทั้งต้นนี้มีความเข้มแข็ง ย่อมจะทำให้บ้านมีความแข็งแรงทนทาน มีอายุยืนยาว เฉกเช่นเดียวกับการประกอบธุรกิจนั่นแหละเนอะ ซึ่งตัวที่คอยคลุมเสาทั้งสามต้นนั่นคือ การกำหนดเป้าหมาย หรือ กลยุทธในเชิงบริหารจัดการที่มีรูปแบบชัดเจน และในท้ายที่สุดนี้ถ้าทุกอย่างดำเนินไปอย่างถูกต้อง ชอบธรรม ความพึงพอใจของลูกค้าก็จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนแน่นอนครับ |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 04 พฤศจิกายน 2009 เวลา 17:17 น. |
ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้กันครับว่า นักอุตสาหกรรมอาหาร และวิศวกรอาหาร เราใช้ TQM กับโรงงานของเรายังไง แต่ว่าก่อนอื่นเราก็ต้องทำความรู้จักก่อนนะครับ ว่าเจ้า TQM คืออะไร
อะไรล่ะคือเป้าหมายสูงสุดของ TQM จากย่อหน้าข้างบน หลายคนที่เรียนมาแต่ Math, Comp เจอภาษาเขียนแบบนี้ อ่านแล้วอาจจะงงว่า มันก็อธิบายให้ดูดีนี่หว่า
ซึ่งที่จริงแล้ว การทำ TQM ให้กับองค์กร หรือ ระบบโรงงานอุตสาหกรรม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้ได้ อาจจะไม่ต้องถึง100% เพราะว่าเครื่องมือในการวัดคุณภาพ ที่นิยมทำกันคือการทวนสอบทั้งจากภายใน(Internal audit) และภายนอก(External audit) มันก็ยังขาดความแม่นยำอยู่เลย
) เพื่อทำให้บรรลุเป้าหมายในการจัดทำ TQM ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งผลตอบรับของการที่ TQM ประสบผลสำเร็จคือ องค์กรเกิดผลกำไรอย่างยั่งยืน โดยวิธีสร้างความภาคภูมิใจ พึงพอใจให้แก่ลูกค้า ด้วยกลยุทธ์ และบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกคาให้มากที่สุด
(งงอะดิ ทำไมมันง่ายแบบนี้ฟร่ะ) ลองมาดูแผนภาพด้านข้างประกอบนะครับ เราลองมานึกอะไรง่ายๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ดูนะครับ
) ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไรไม่ใช่เฉพาะธุรกิจอาหารเท่านั้น พื้นฐานเบื้องต้นของความสำเร็จคือ องค์ความรู้
เราจะต้องรู้ในสิ่งที่เราผลิตออกมาขาย ไม่ใช่ว่าเขาเฮมา เราก็เฮไป ซึ่งนักธุรกิจบ้านเราก็มักจะเป็นเช่นนั้นกัน หลายคนขาดทุนเพราะไม่สามารถตอบปัญหาพื้นฐานในการผลิตได้ สิ่งสำคัญถัดมาจากองค์ความรู้ต่อธุรกิจของเรานั่นก็คือ ความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในองค์กร องค์กรไหนมีคนประเภทมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ก็จะยังผลให้งานเสร็จช้า แต่ถ้าไม่มีความสามัคคี(เลย) ในองค์กรแล้วละก็ ไม่มีโอกาสที่จะต่อไปเป็นตัวบ้านที่สมบูรณ์ได้แน่นอนครับ








